เรื่องเสียวเกย์ ตกหลุมรักเด็กช่างหน้าหล่อ ผมชื่อ อุ้ย จะว่าไปเรื่องราวของผมกับแฟนที่ชื่อไอ้แมคมันก็ออกจะบ้าๆ บอๆ ไปสักหน่อยนะครับ ทนๆ ฟังกันหน่อยก็แล้วกัน เอาเป็นว่าเริ่มเรื่องเลยแล้วกัน
ผมเจอกับไอ้แมคตอนงานแสดงดนตรีที่ ร.ร. ผม บังเอิญว่าวันนั้นผมเป็นพิธีกรชายคู่กันกับน้องหญิง ดาวคณะคนสวย ส่วนไอ้แมคเป็นมือกีตาร์ของวงดนตรีจาก ร.ร. ช่างกล… ที่อยู่ใกล้ๆ กันกับ ร.ร. ผมนั่นเอง หลังจากที่งานเลิกแล้วมันก็ทำทีเป็นมาหาผมหลังเวที
ตอนนั้นผมก็กำลังเปลี่ยนเสื้ออยู่พอดี แม่งเดินอาดๆ มายังกับจะมาหาเรื่องยังไงยังงั้น ผมเสียวจะตายเพราะตอนนั้นในห้องก็ไม่มีใครเลย เกิดมันตื้บผมมาคงไม่รอดแน่ เป็นใครก็กลัวครับ ลงว่าเด็กช่างล่ำๆ หัวเกรียนๆ หน้าดุ ใส่เสื้อม้วนแขนโชว์รอยสักเต็มแขนเดินมาคุยซะใกล้ขนาดนั้น
“เฮ้ย ! ไอ้น้อง ” มันเรียกผมซะเด็กเลย “ตะกี้ที่เป็นพิธีกรคู่กันนั่นแฟนมึงเปล่าวะ?”
ผมส่ายหัวหน้าซีด ไม่กล้าตอบเพราะพูดอะไรไม่ออกแล้ว
“แล้วชื่ออะไรล่ะ” มันถามเสียงดังเหมือนจะตะคอก
“ยะ…..หญิงครับ” ผมตะกุกตะกัก กลัวมันฆ่าเอา “เอ่อ เค้าเป็นดาวคณะบัญชีครับ”
“กูไม่ได้ถามชื่อเค้า…..กูถามชื่อมึง” มันทำท่ายังกับจะแดรกผม
“เอ่อ….อุ้ยครับ” ผมรีบตอบ
“กูชื่อแมค” มันบอก ผมก็อึ้งสิครับ งงแดรกเลย ไม่รู้ว่ามันจะมาไม้ไหน
“แล้วมึงมีแฟนหรือยัง?” เอาอีกหละ จะให้กูงงไปถึงไหน
“ยังครับ ยังไม่คิด” ผมตอบตามความจริง
“คิดได้แล้ว เดี๋ยวตายห่าไปจะได้ตอบยมบาลได้ว่าเสียวเป็นยังไง!!!”
เยสเข้…….คิดได้ไงเนี่ย สาดดดด!!!!!
มันเงื้อมมือทำท่าเหมือนจะบ้องหูผม ผมได้แต่หดคอหลบ “อย่าทำอะไรผมเลยครับพี่ ผมไม่สู้คน”
โหย ก็ตัวไอ้แมคใหญ่บิ๊กยังกะหมีควาย ใครไม่กลัวก็บ้าแล้ว แต่แทนที่มันจะตบกระบาลผม มันดันเอามือมายีหัวผมเล่น
“กลัวห่าอะไร กูไม่ทำอะไรมึงหรอก” มันตวาดเสียงดัง “แล้วนี่จะเลิกกี่โมง”
“ทะ….ทำไมเหรอครับ”
“กูถามว่างานเลิกกี่โมง!!!”
“หก……หกโมงครึ่งครับ”
“เออ ดี เดี๋ยวกูจะเอารถมารับ ห้ามมึงหนีไปไหนนะ”
พูดจบมันก็เดินจากไปพร้อมทั้งผิวปาก ทิ้งให้ผมยืนงงว่าไอ้ห่านี่มันเป็นอะไรของมันวะ แล้วหกโมงครึ่งมันก็มารอหน้าประตูโรงเรียนของผมจริงๆ เชื่อไหมว่าแทบไม่มีใครกล้าเดินไปเฉียดมันเลย ไอ้แมคเอา “แฟนธ่อม” มารอหน้าโรงเรียนผมจริงๆ ด้วย
โรงเรียนผมเป็นโรงเรียนพาณิชย์ซึ่งนักเรียนส่วนใหญ่จะเป็นผู้หญิงและกระเทยซะมากกว่า ส่วนที่เหลือก็เป็นเกย์ ผู้ชายแท้ๆ ในนี้มีแทบจะนับตัวได้เลย พอมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นเลยเรียกได้ว่าหน้าโรงเรียนโล่งไปเยอะเลย จากปกติที่จะมีคนเดินซื้อของกินนั่นนี่วุ่นวายไปหมด
“พี่อุ้ย แฟนพี่มารับแหนะ” น้องหญิงแซว “รีบๆ ออกไปหาดีกว่า เดี๋ยวมีโทษนะ”
“เฮ้ย!!! จะบ้าเหรอ แฟนเฟินที่ไหน น่ากลัวจะตาย” ผมผวา
“เอาๆ ไปเหอะพี่ ที่นี่มันมีผู้ชายน้อย หาแฟนเป็นเด็กช่างอะดีจะตาย”
กรรม มันพูดยังกับว่าผมเป็นสาวโสดขึ้นคานในบ้านเดียวกับมันงั้นนี่
แต่เพื่อมนุษยชาติและพี่น้องที่ยังไม่กล้าออกไปเผชิญหน้ากับไอ้เถื่อนนั่น ผมเลยค่อยๆ เดินออกไปหามันแล้วเจรจาต่อรอง
“พี่ครับ…เอ่อ…พี่มายืนเฝ้าหน้าโรงเรียนยังงี้คนอื่นเค้าไม่กล้ากลับบ้านกันนะครับ”
มันจ้องผมเป่ง “ใครพี่มึง กูไม่มีน้องโว้ย!!! แล้วอีกอย่างประตูก็ออกกว้าง กูแค่ยืนตรงข้างๆ มันไปขวางทางคนอื่นตรงไหนวะ?”
ผมยืนกลืนน้ำลาย รู้สึกตัวเหมือนลูกแกะตัวผอมโซยืนขาสั่นกลางแม่น้ำต่อหน้าหมาป่าหัวเกรียนตัวเป้งสักลายเต็มแขน เออ….กูไม่ตัวโตเท่ามึงบ้างก็แล้วไป
“แล้วมึงน่ะ เสร็จธุระหรือยัง?” มันตะคอก
“เอ่อ….เสร็จ….เสร็จแล้วครับ” ผมรีบตอบ “มีอะไรเหรอพี่”
“กูไม่ใช่พี่มึง กูชื่อแมค แล้ววันหลังมึงก็เรียกชื่อกูให้ถูกด้วย เสร็จแล้วก็รีบขึ้นรถมากูจะพาไปส่งบ้าน!!!”
ผมหันกลับไปมองน้องหญิง เห็นแกทำท่าโบกผ้าเช็ดหน้าแล้วร้องไห้ แสบจริงๆ ยายนี่ ไอ้แมคสตาร์ทรถแล้วตบเบาะปุๆ เหมือนกะผัวเวลาเรียกเมียขึ้นเตียงยังไงยังงั้น ผมเลยจำใจเดินขึ้นไปซ้อนท้ายรถมัน
“กอดเอวกูได้นะถ้าอยากให้กูขับช้าๆ”
ผมงงกับคำพูดของมัน แต่แล้วก็เข้าใจเมื่อมันกระชากรถออกไปอย่างแรงจนกระเป๋าหนังสือผมแทบหลุดจากตัก ดีที่ว่าวันนี้ผมใช้คอนแท็คเลนส์และไม่ได้ใส่แว่นตามา ไม่อย่างนั้นมันคงจะกระเด็นตกแตกไปแล้ว ผมเอ่ยปากจะบอกให้มันไปส่งที่บ้านแต่พออ้าปากลมก็ตีเข้าจนผมพูดไม่ออก เอาเป็นว่ามันจะไปส่งที่ไหนก็ช่างแม่งเถอะ ขอแค่อย่ามาทำมิดีมิร้ายผมก็พอ
“เฮ้ย ! นี่มันไม่ใช่บ้านผม” สังหรณ์ของผมเริ่มเป็นจริง เมื่อมันขับรถพาลัดเลาะไปตามตึกแถวเก่าๆ แล้วลัดออกไปถนนเลียบหาด
“อ้าว ก็มึงไม่บอกกูนี่หว่าว่าบ้านมึงไปทางไหน กูก็เลยขับไปบ้านกูดิ” มันว่า
เอากับมันสิครับ แล้วมันให้โอกาสผมบอกมันบ้างไหมเนี่ย เอาวะ บ้านมันก็บ้านมัน เดี๋ยวพอลงแล้วผมค่อยหารถมอเตอร์ไซค์รับจ้างนั่งกลับก็ได้ แล้วถ้ามันจะทำมิดีมิร้ายก็ขอให้มันทำค่อยๆ หน่อยแล้วกัน เพราะวันจันทร์ผมต้องไปแข่งกีฬา (อ้าว ไหงเปลี่ยนความคิดเร็วจริงกู)
ไอ้แมคขับมอไซค์ของมันเข้าไปจอดข้างบ้าน บ้านมันเป็นห้องเช่าชั้นเดียวเก่าๆ แบบที่เขาเปิดแบ่งให้นักศึกษาเช่าถูกๆ น่ะครับ แล้วแถวนี้มีเรียงเป็นตับเลย ที่จริงมันไม่น่าเรียกว่าบ้านหรอก เพราะมันเป็นแค่ห้องแถวที่กั้นด้วยอิฐบล็อกเล็กๆ และมีห้องน้ำในตัวเท่านั้น
“เป็นไงบ้านกู” มันคุยโม้ไปเปิดประตูไป “เนี่ยกูให้มึงมาชมเป็นคนแรกเลยนะเว้ย!”
แหม ดีจริงๆ กูภูมิใจมากเลยนะ……..ผมคิดในใจ ห้องมันสะอาดเรียบร้อยจริงๆ แฮะ ยังกับคนแต่งงานแล้ว เสียแต่ว่ามันอยู่คนเดียวเพราะเท่าที่เห็นมันมีแค่ฟูกบางๆ แบบนอนคนเดียวแล้วก็ทีวี ตู้เย็น กับกีตาร์โปร่งเก่าๆ อีกตัว
ตอนเข้าไปในห้องผมก็หวั่นใจ แม่งจะทำอะไรกูปล่าววะ…..เหี้ย ไอ้แมคเปิดตู้แล้วหยิบเบียร์ออกมาเปิดดัง ป๊อก!!! ชิบหาย….แม่งกะจะมอมกูแน่เลย แต่เอาก็เอาวะ ขอดวดเบียร์เสือดาวซักกะหน่อยก่อนเสียตัว ผมมองมันแล้วยิ้มประจบขอเบียร์แบบที่คิดว่าหล่อสุดๆ
“มองอะไรอีกล่ะ นี่ของกู” มันทำท่าหวง “มึงแดกน้ำเย็นในตู้นั่นไป แก้วอยู่บนตู้เย็น”
แม่งเอ๊ยยยยย กูรู้แล้วว่าทำไมไอ้ห่านี่หาเมียไม่ได้ ความกากของมันคงจะทำให้ไม่มีผู้หญิงคนไหนทนไหว สุดท้ายก็เลยต้องมาจีบกู เอ่อ…งั้นมันก็หมายความว่ากูเป็นอะไรที่มันชัวร์ว่าจะต้องได้แน่ๆ ใช่ไหมเนี่ย
“ด่าอะไรกูในใจหรือเปล่า?” ไอ้แมคถามทั้งๆ ที่ปากยังคาบบุหรี่อยู่
“ปล่าวคร๊าบบบบบ” ผมฝืนยิ้ม “ไม่เคยแม้แต่จะคิด”
“เออ ดี อย่าให้กูรู้ว่ามึงคิด”
แหมไอ้หน้าเห้….กระทั่งความคิดกูยังห้าม
“มานั่งนี่ดิ” มันตบพื้นข้างตัว
ผมกระมิดกระเมี๊ยนไปนั่งข้างๆ มัน ในใจยังนึกอยู่เลยว่า ทำไมกูไม่กลับบ้านไปซะจะได้ไปอาบน้ำเล่นเกมส์อ่านหนังสือนอน มาทนอยู่กับไอ้บ้านนี่ทำไมก็ไม่รู้ อันที่จริงก็ไม่เห็นจะต้องไปกลัวอะไรมันมากมายขนาดนั้นเลย พอนั่งใกล้ปั๊บมันก็โอบไหล่ปุ๊บ เอาหละเหวย ฝันเปียก เอ๊ย ร้ายกลายเป็นจริงแล้ว
“อุ้ย กูถามมึงจริงๆ นะ มึงชอบกูมั้ย?”
((ไอ้หน้าเหี้ย สันดานอย่างมึงจะมีใครชอบลงสาดดดดด!!!)) “เอ่อ ถามเร็วไปมั้ง”
“ไม่เร็วไปหรอก กูบอกตรงๆ นะว่ากูชอบมึงตั้งกะเห็นมึงแซวกูบนเวทีแล้ว”
((ก๊ากๆๆๆๆ ไปหลอกเด็กอนุบาลมันยังไม่เชื่อเลย)) “……ครับ”
ผมเพิ่งนึกออกว่าตอนที่มันเล่นดนตรีผมแซวมันอยู่ ก็แหม…..ตอนนั้นแม่งดูเท่ชิบหาย ใส่เสื้อช็อปสีเทาลีดส์กีตาร์อย่างเทพเลย อันที่จริงมันก็ไม่ได้ขี้เหร่หรือน่ากลัวหรอกครับ แต่ว่าตัวมันบิ๊กแล้วก็สักเต็มแขนเลย แถมยังสกินเฮดอีกต่างหาก และที่ผมกลัวก็เพราะว่ามันชอบขู่ผมตลอดเวลา
“อุ้ย….เป็นแฟนกูเหอะนะ” มันพูดไปหน้าแดงไป แดงเบียร์หรืออายวะ สัส
“เอ่อ….ก็ได้” ((เฮ้ย! ไหงกูตอบอย่างนั้นวะ อ๊ากกกกกกกก!!!!!))
ผมนึกว่ามันจะปล้ำผม แต่ที่ไหนได้มันแค่กอดแล้วเอาหน้าผากของมันชนหน้าผากผมไว้ ตอนนี้แหละที่ตาของเราจ้องกันเป้งเลย อย่านะเว้ย….เดี๋ยวกูหลงรัก
“สัญญาแล้วนะเว้ย….ถ้าผิดคำพูดละก็ อ่วม!!!!” ตอนแรกก็พูดหวานดีหรอกแต่ตอนท้ายมันทำเสียงซะเสียวไส้ แถมยังเบ่งกล้ามโชว์ต้นแขนอีกต่างหาก เห็นแล้วไม่ได้กลัวมากขึ้นหรอกนะแต่หยิวคิ้ววววววเลยหละ
มันลุกขึ้นไปหยิบเอาล็อคเก็ตอันหนึ่งหลังตู้เย็นมาส่งให้ผม (แหม….ไอ้ห่าเอ๊ย เราก็หลงดีใจนึกว่ามันจะลุกขึ้นไปปิดไฟ) เป็นล็อคเก็ตพลาสติครูปวิษณุทรงดิ่งอยู่ในเฟือง
“กูให้มึง ใส่เอาไว้อย่าถอดนะเว้ย” มันสวมให้ผม “จำไว้นะว่ามึงเป็นแฟนกูแล้ว”
แหม แล้วจะไม่จูบแฟนหน่อยเหรอเพ่ ไม่โรแมนติคเอาซะเลย
แล้วไอ้แมคกับผมก็นั่งคุยกันบนฟูก (น่าจะทำอย่างอื่นกันมากกว่า) มันเล่าให้ฟังว่าบ้านมันอยู่ที่จันทบุรี ที่บ้านเป็นสวนผลไม้ แถมยังเอ่ยปากชวนว่าว่างๆ ให้ผมไปไหว้พ่อไหว้แม่มันด้วย เฮ้ย…..แม่งเอาจริงเหรอวะเนี่ย
สุดท้ายมันก็เอาผมไปส่งที่บ้านจริงๆ ดีที่ว่าคนในบ้านของผมกลับกันดึกๆ ไม่อย่างนั้นคงจะตกใจที่มีไอ้ยักษ์เด็กช่างที่ไหนไม่รู้มาส่งถึงบ้าน นึกๆ แล้วมันก็แปลกดีเหมือนกันในการปิ๊งรักของผม
“เจ็บมั้ยพี่!!!” นี่คือคำแรกที่หลุดออกมาจากปากน้องหญิง เมื่อพบกันในตอนเช้า แล้วอีพวกเพื่อนๆ ผมที่ทราบเหตุการณ์ก็มารุมล้อมขอฟังคำตอบกันยกห้อง
“เจ็บบ้าอะไร ไม่ได้ทำอะไรเฟ้ย!!!” ผมหน้าแดง “แค่มันพี่ไปดูบ้านมัน”
“เตียงมันนุ่มไหม?” แน่ะ….ยังอยากรู้อีกแน่ะ
“ไม่นุ่มเลย ฟูกบางจะตายไป ก็แบบผืนละ 99 บาทตามร้านโชว์ห่วย……เฮ้ย! ไม่ใช่”
“เรียบร้อยโรงเรียนช่างแล้วจริงๆ ด้วย” อีพวกพานิชมุงหันมามองตากันแล้วพยักหน้าลงความเห็น อ้าว….ตายห่า หลุดปากไปอีกแล้วกู
“แล้ว….ใหญ่มั้ย!” เสียงนางนกกระจอกทั้งหลายแย่งกันถามเซ็งแซ่
“แล้วกูจะรู้ไหมเนี่ยยยยยย -” ผมบ่นพลางถอนหายใจ
“เออ อุ้ย…..เจ็บมั้ยวะ” ยัง มันยังอยากรู้อีก
“ไม่เจ็บโอ๊ย! ไม่ได้ทำอะไรกันเลย”
เท่านั้นแหละมันสุมหัวกัน เสียงนินทาแบบไม่เม้มดังลั่น “….กูว่าไอ้อุ้ยมันจะต้องหลวมโพรกแล้วแน่ๆ ไอ้เด็กเทคโนนั่นตัวโตยังกับหมียังบอกว่าไม่เจ็บ กูว่ามันใหญ่แต่ไอ้อุ้ยแม่งหลวม ไม่ใช่หลวมธรรมดานะเว้ย หลวมโพรกน่ะ!!!”
โถ…..อีเห็ดสมศรี (หายากนะเพราะเค้าสงวนพันธุ์แล้ว) แม่งไม่เคยเห็นเพื่อนอย่างกูดีในสายตามันเลย
ผมเรียนไปแบบไม่ค่อยจะรู้เรื่อง ซึ่งปกติผมจะเป็นคนที่ตั้งใจมากเพราะว่าเป็นหัวหน้าห้อง เอาแต่มองไปนอกหน้าต่างแล้วก็เฮ้อ…เห็นเป็นหน้าไอ้หมีควายนั่น ไม่รู้ว่ามันจะมารับผมอีกหรือเปล่าเย็นนี้
“อีนี่ท่าทางจะอินเลิฟว่ะ”
“โดนไปดอกเดียวละเมอหาเลยเหรอวะ”
“ของแม่งแรงจริง เดี๋ยวกูจะไปขอแบ่งมาใช้มั่ง มึงดูดี้มันสักยันต์ห้าแถวหรือเปล่า”
“แหม กูแถมให้หกแถวเลยว่ะ มึงไปนอนแบกลางถนนนะแล้วรอให้รถสองแถวแม่งมาทับ แค่สามคันถึงก็ได้แล้วหกแถว เยอะกว่าของอาจารย์หนูเสียอีก”
และอีกสารพัดสารพันคำนินทาที่ลอยข้ามหัวผมไปมา แต่ช่างมันเถอะ เพราะพรุ่งนี้เช้าผมจะแกล้งไปปิดวาวล์น้ำห้องน้ำหญิง แค่นี้พวกมันก็ตายทั้งเป็นแล้ว
แล้วตกตอนเย็น ไอ้แมคก็มาจริงๆ นั่นแหละ อันที่จริงผมก็ไม่ได้คาดหวังหรอกนะครับว่ามันจะต้องมารับผมอีก เพราะเราไม่ได้นัดกันไว้ สงสัยว่าท่าทางลุกลี้ลุกลนของผมจะไปเตะตาอีพวกเพื่อนๆ เข้า มันเลยแหกมาชะโงกดูที่หน้าต่างกันเป็นแถว
“เออ….ดูดีๆ มันก็หล่อว่ะ แต่ถ้ามาอยู่กับไอ้อุ้ยกูว่ามันจะต้องหล่อขึ้นอีกจมหูเลย เพราะว่าไอ้อุ้ยมันขี้เหร่”
ใครก็ได้…..กูขอยืมเกิบตบปากอีนี่ซักผลัวะ
“พี่อุ้ย…..พี่เขยมารับ” น้องหญิงแหวมาพร้อมทั้งทำเสียงน่าหมั่นไส้
ผมเห็นไอ้แมคมันถอดช็อปออกแล้วใส่กระเป๋าสะพาย หูย…เวลามันใส่เสื้อยืดสีขาวตราห่านตัวเดียวขอบอกเลยว่าหุ่นล่ำน่ากินมาก ดีที่ว่ากระจกหน้าต่างห้องเรียนผมติดฟิล์มทำให้มันไม่เห็นสายตาตื่นๆ ของผมและอีพวกนี้
“ชิ …ถอดโชว์เอ็กซ์ทำไมเนี่ย” ผมทำเป็นไม่อยากมองทั้งๆ ที่น้ำลายแอบหกนิดๆ
“โชว์กะผีอะไร ขืนใส่เสื้อช็อปยืนแถวนี้ ไอ้พวกเด็กอาชีวะต่างสถาบันเห็นเข้ามันก็ตีหัวแบะเอาน่ะสิ ไม่รู้อะไรซะเลย” น้องหญิงสอน
ผมทำตาปริบๆ ยินยอมรับความรู้ใหม่ที่มาพร้อมกับนกเอี้ยงบนเขา
“ทำห่าอะไรวะตั้งนาน” มันบ่นเสียงดัง เมื่อเห็นผมสะพายกระเป๋าเดินแกมวิ่งลงมาจากตึก
อีพวกนกกระจอกที่ห้องได้แต่มองด้วยสายตาริษยา นอกห้องมันไม่กล้าจะแอะอะไรหรอกต้องรวมหัวกันแบบสามคนขึ้นไปโน่นถึงจะซ่าส์ออก ผมเห็นพวกมันทยอยกันเดินผ่านไป แล้วพยายามที่จะแบ่งๆ กันเก็บข้อมูลและรายละเอียดเพื่อไปประมวลผลก่อนที่จะรุมเมาท์กันที่ร้านชาไข่มุก
ผมไม่พูดหรือเถียงอะไรซักคำ แม่ผมสอนเอาไว้ว่าภรรยาที่ดีจะต้องไม่เถียงสามี แต่ให้ใช้วิธีลงไม้ลงมือแทน ผมซ้อนรถมันโดยที่ไม่ต้องบอกอีกแล้วก็สั่ง
“….วันนี้แมคไปเที่ยวบ้านผมนะ”
“มึงว่าไงนะ!!!” มันหันมาทำเสียงเขียว
ผมรีบเปลี่ยนโหมดกะทันหัน “เอ่อ ปล่าว….ปล่าว….ไปไหนก็ได้”
“งั้นวันนี้ไปบ้านมึง!” สาด….แล้วจะขู่กูทำไมเนี่ย
ผมแอบกอดเอวมันหลวมๆ ตอนที่ซ้อนรถมันไป ตัวไอ้แมคมีกลิ่นของบุหรี่และน้ำมันจางๆ หุ…หุ……..รอให้ถึงบ้านกูก่อนเถอะแมค พอข้าวเปลือกกลายเป็นข้าวสวย ไม่สิ กลายเป็นคาร์โบไฮเดรตมึงก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะด่ากูแล้ว เพราะว่าวันนี้ไอ้อุ้ยจะของาบเด็กช่างแก้หิวหลังจากที่อดอยากมาหลายเดือน ผมเคลียร์ที่บ้านเรียบร้อยแล้วล่ะครับว่าจะไม่มีใครกลับมาจนกว่าจะสามทุ่ม ป่านนั้นผมคงควบไอ้ยักษ์นี่ไปได้ชักสามไม้แล้วแค่นึกก็น้ำลายไหล
“สัส เป็นเหี้ยอะไรหัวเราะคิกคักคนเดียว” ไอ้แมคด่าโดยไม่หันมามอง แหม….กูเลือกหัวเราะซะดังเลย
วันที่มันมาส่งผมไม่ได้เชิญมันเข้าบ้าน พอมาวันนี้มันเลยดูเกร็งๆ ไปซักหน่อย
“มีใครอยู่มั่งวะ” มันกระซิบถาม
((ไม่มีหรอก สบายใจได้ ทางสะดวก อิอิอิ)) “ไม่รู้สิ สงสัยยังไม่มีใครกลับมั้ง”
ผมพามันขึ้นห้องนอนผมเลยสิครับ แปลกดีที่พอมันมาบ้านผมมันกลับทำตัวเกร็งๆ เหมือนจะเกรงใจผมอยู่ พอไปถึงห้องผมมันก็หันรีหันขวางหาที่นั่ง แต่ไม่มีหรอกเพราะผมขนไปไว้ห้องอื่นหมดแล้ว ถ้าจะนั่งก็ต้องนั่งบนเตียง
“ไม่มีเก้าอี้เหรอวะ” มันสงสัย
“เอ่อ ไม่ค่อยได้ใช้น่ะเลยไม่ได้มีไว้ นั่งบนเตียงก็ได้” ว่าแล้วผมก็นั่งบนเตียงนอนให้มันดู มันเองก็นั่งตามอย่างงงๆ
“เออ มึงเก่งดีเนอะ แล้วเวลาเล่นคอมทำยังไง?” มันชี้ไปที่โต๊ะคอมฯ ผม…..ดันลืมนึกไปเลยว่าเหลือโต๊ะคอมอยู่ เวรกรรม
“เอ่อ……” ผมนึกอะไรไม่ออกแล้ว
มันจ้องหน้าผมแบบคาดคั้น “มึงวางแผนอะไรอยู่หรือเปล่า ไอ้อุ้ย!”
“เปล่าคร๊าบบบบ ไม่ได้คิดอะไรเลยจริง จริง!!!”
“แต่กูคิด!!!” มันทำเสียงดังแล้วจ้องหน้าผมเขม็ง
เอาล่ะสิ ……วางแผนจะงาบไว้ซะดิบดี กะว่าจะชวนมันนั่งดวดเบียร์บนเตียงแล้วค่อยเลื้อยเหมือนที่เคยทำกับเพื่อนสมัย ม. ต้น แต่ดูเหมือนว่าแผนจะพลิกผันให้ผมกลายเป็นฝ่ายถูกงาบไปเสียแล้ว
ผมได้แต่หลับตาปี่นึกอะไรไม่ออกตอนที่ไอ้แมคยื่นหน้าเข้ามาจนใกล้ ขนาดที่ว่าลมหายใจของมันเป่าจมูกผม ผมเม้มปากแน่น ไอ้ความใจกล้าที่เคยมีอยู่มันหายไปไหนหมดแล้วก็ไม่รู้ ผมรู้สึกว่ามือสากๆ ของมันจะมาจับที่คางของผม
“อุ้ย….ถ้ามึงไม่อยากจูบกับกู กูไม่จูบก็ได้นะ” มันกระซิบบอกเบาๆ
อ้าว….ไอ้เหี้ยนี่ เดี๋ยวเอาเดี๋ยวไม่เอา (เหมือนกูเลย)
ด้วยความที่ไม่รู้จะสื่อกันยังไงให้มันเข้าใจ ผมก็เลยชะโงกหน้าไปจูบมันที่ปากเบาๆ จุ๊บหนึ่ง เท่านั้นแหละครับมันดึงผมไปดูดปากเลย
นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้ดูดปากกับผู้ชาย ที่ผ่านมาเรามักจะข้ามผ่านขั้นตอนนี้ไปดำเนินกระบวนการขั้นสุดท้ายเลยเพื่อรวบรัดเวลา คือการดูดเค ทั้งๆ ที่มันขนลุกขนพองยามลิ้นเปียกๆ ของไอ้แมคสอดเข้ามาในปาก แต่ผมก็ดูดมันได้อย่างไม่คิดรังเกียจ และไม่นานนักผมก็สอดลิ้นเข้าไปในปากให้มันดูดคืนบ้าง
ผมลูบไล้หัวไหล่แน่นกล้ามกับแผ่นหลังของไอ้แมคเบาๆ แต่ดูเหมือนมันจะอยากให้ผมจับไอ้นั่นของมันมากกว่า เพราะมันดึงมือของผมลงมาที่เป้ากางเกงยีนส์ของมันนั่นแหละ
ไอ้แมคมันนุ่งกางเกงสกินนี่หรือที่เราเรียกกันว่ากางเกงขาเดปที่รัดๆ นั่น เป้ากางเกงมันตุงเชียวท่าทางจะทั้งใหญ่ทั้งยาว
ผมลูบๆ คลำๆ อยู่ภายนอกแต่ไอ้แมคมันกลับรูดซิปกางเกงลง เท่านั้นแหละครับผมรู้เลยว่าอะไรของมันใหญ่เท่าไหนเพราะมันล้วงออกมาส่งให้ผมกับมือ
“ของกูใหญ่ดีมั้ย” ไอ้แมคถามอายๆ
ผมอยากจะเปลี่ยนใจเลิกเอาเสียเดี๋ยวนั้น ก็ไอ้ที่มันกระดกหมึกๆ อยู่ในมือผมนี่มันใหญ่จนกำแทบไม่รอบแถมยังยาวล้นกำมืออีกต่างหาก คืนนี้ถ้าไอ้อุ้ยไม่เลือดสาดก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว
“เอ่อ….มีอันอื่นที่เล็กกว่านี้มั้ย” ผมถามโง่ๆ
“มีอันเดียวนี่แหละ ทำให้อันนี้มันแข็งแล้วก็ต้องรับผิดชอบ” มันพูดยังกับเป็นความผิดผม
เมื่อหาเรื่องเลี่ยงไม่ได้ผมก็รีบชิ่งหนี “ผม….ไม่สบาย วันนี้ขอตัวก่อน”
“ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวกูฉีดยาให้ โดนเข็มกูเข้าไปรับรองไม่หายก็ตายคาเข็ม!!!”
มันเดินไปปิดไฟรูดม่านห้องนอนให้พอมืดๆ แล้วจับผมถอดเสื้อผ้าออกบ้าง เขินๆ ยังไงก็ไม่รู้ที่ต้องมาแก้ผ้าต่อหน้ามันเนี่ย
แล้วมันก็ถอดเสื้อยืดออกอวดกล้ามล่ำๆ บ้าง โอ้โฮเฮะ….เห็นหุ่นแล้วผมก็เริ่มจะลังเล ยิ่งมันถอดกางเกงยีนส์ออกแล้วก็ยิ่งน้ำลายไหล เคไอ้แมคมันทั้งยาวทั้งใหญ่แถมยังเอียงแหงนขึ้นไปทางซ้าย อย่างงี้แม่ยายรักตายเลยมึง
“มาซะดีๆ” มันยิ้มยิงฟันขาวแล้วจับเอาดุ้นเคกระดกเล่น ไอ้ห่านี่ทำยังกับผมเป็นตัวอะไรที่ต้องให้มันเรียกมากินข้าว แต่ผมก็ไปตามเสียงเรียกอย่างว่าง่าย
มันจับผมกดลงนอนหงายกับเตียงแล้วคร่อมทับ ลูบไล้ตัวผมแล้วก็ใช้ปากไซ้เบาๆ เหมือนกับอยากจะให้ผมมีอารมณ์ร่วมกับมัน สักพักก็เปลี่ยนไปเป็นรูดเคผมที่แข็งโด่อยู่เล่น
“ซี้ดสสส์…..อย่า” ผมคราง เพราะที่ไอ้แมคทำคือกำเคผมไว้แล้วใช้หลังนิ้วหัวแม่โป้งถูไถไปมาตรงรอยแยกที่ปลายหัว เสียวปรี๊ดจนต้องแอ่นตัวโก่งเลยทีเดียว ผมผวากอดมันแน่น มีความสุขจริงๆ เลยครับแต่ว่าน้ำไม่ยอมแตกซักที ครางไปก็กดหัวมันไปไม่รู้หรอกว่าเสียงดังขนาดไหน แต่ก็ช่างหัวมันเถอะเพราะว่าไม่มีใครอยู่บ้าน
ไอ้แมคมันคงจะยังไม่สะใจเพราะว่ามันไม่ดูดหัวนมผมแล้วแต่เลียลงไปที่หน้าท้อง ตอนนั้นแหละที่ผมดิ้นกระแด่วๆ เลย ทั้งเสียวและจั๊กจี้
“ซี้ดดดดส์….แมค…อ๊าวววววว เสียว พอแล้ว….อูยยยยย…..โอยยยยยยยย” ผมคราง
ผมดันหัวมันต่ำลงไป….และลงไป หวังจะให้มันโม็คให้ผมเพราะว่าเงี่ยนจนจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว แต่มันก็ไม่ยอมทำให้เสียทีได้แต่เลียวนๆ อยู่แถวนั้นเหมือนไม่กล้า
“แมคครับ….จัดการเลย” ผมแกล้งครางบอกทาง “ผมจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว”
เท่านั้นแหละไอ้แมคจับขาผมพาดบ่าเลย “เฮ้ย!!! ไม่ใช่ เดี๋ยวก่อน”
“ไม่เอาแบบนี้จะเอาแบบไหน” มันถามแบบหงุดหงิด
ผมเอาขาลงแล้วพลิกให้มันนอนหงายลงไปแทน มองเห็นหุ่นล่ำๆ ของมันนอนหายใจระรวยอยู่บนเตียงแล้วเสียวดีเหลือเกิน ผมค่อยๆบรรจงจูบมันเบาๆ ไล่ตั้งแต่หน้าผากลงมาที่จมูก ปลายคาง และกระเดือก
“อาหหห์…..อุ้ย มึงเก่งจังเลย….ซี้ดดดดดดส์” มันครางออกมาเบาๆ
จูบไปมือผมก็รูดดุ้นเอ็นเขื่องๆ ของมันไป ทำยังไงก็ได้ให้มันเสียวมากๆ และถ้าชิงน้ำแตกไปเลยได้ยิ่งดี เพราะไม่อย่างนั้นผมก็คงจะต้องปากฉีกหรือตูดฉีกอย่างแน่นอน
มันเริ่มกอดแล้วก็ลูบคลำตัวผมไปด้วยเหมือนจะเริ่มหัดเรียนรู้ แต่ที่ไม่ค่อยอยากให้มันทำเลยคือมันบีบคลึงก้นผมไปพร้อมๆ กับการจกเล่นๆ
“อย่า….แมค…….ผมกลัวเจ็บ” ผมหยุดจูบแล้วห้าม “เอาไว้วันหลังเถอะนะ”
“น่า…..ไม่เจ็บหรอกอุ้ย….กูอยากเย็ดมึงนะ…….ขอกูเถอะ…..กูยังไม่กลัวเจ็บเลย”
ไอ้หน้าหอย มึงเป็นฝ่ายรุกกูแล้วมึงจะต้องกลัวเจ็บจ๊วยด้วยเหรอวะ เดี๋ยวปัด!!!!
ผมเลื่อนลงมาใช้ปากดูดแผงอกหนาๆ ไอ้แมคครางฮือๆ เหมือนคนไม่เคย แล้วยิ่งผมดูดหัวนมของมันด้วยแล้วยิ่งดิ้นพราดๆ เอาเลย มันพยายามที่จะกดหัวของผมลงไปหาเคของมันที่แข็งโด่อยู่แต่ผมก็แกล้งขืนเอาไว้ อยากลองเลียกล้ามหน้าท้องแกร่งๆ ของมันเล่นก่อน แล้วพอไซ้ลงไปเท่านั้นแหละครับได้เรื่องเลยเพราะมันหัวเราะกิ๊ก
“ฮ่าๆๆๆๆๆ ไอ้อุ้ย…อย่า…อู้วววว….กูเดียม…ก๊ากกกกก!!!!” มันขำไปดิ้นไป “ดูดควยกูดีกว่า……ซี้ดดดดส์”
เอาวะดูดก็ดูด ผมไม่มีทางเลือกอื่นแล้วนี่หน่า แต่เคมันใหญ่ยาวแบบนี้ผมจะไหวไหมเนี่ย……
ผมแค่เลียๆ แต่ตรงหัวควยมัน คาวนิดๆ นะแต่ก็โอเค มันกลมใหญ่น่ากินไม่ใช่เล่นเหมือนกัน เสียงไอ้แมคกัดฟันกรอดๆ เหมือนเสียวสัดๆ ตอนที่ผมอมหัวเคมันเข้าไปทีละนิด
“ดี…อุ้ย….อาซซซซ์….อย่ากัดสิวะกูเสียว….อี๋ยยยยยย…..ดี…ลึกอีก….อูวววว์”
ตอนแรกๆ ผมก็คิดว่าคงจะโม็คไม่ไหวหรอกเพราะดูแล้วมันทั้งยาวทั้งใหญ่ แต่พอเอาเข้าจริงๆ แล้วผมก็พยายามที่จะขยอกมันเข้าลำคอไปจนได้แม้จะไม่หมดทั้งลำ ไม่อยากนึกภาพตัวเองตอนนั้นเลยว่าเหมือนงูเวลากลืนเหยื่อแค่ไหน
แล้วผมก็ต้องแปลกใจเมื่อมันค่อยๆ กลับตัวลงไปหาควยผมแล้วอมดูดคืนบ้าง ไอ้แมคแม่งเด็ดจริงๆ
แล้วถึงตอนนั้นก็ไม่มีใครยอมใครแล้วล่ะครับ ยิ่งดูดยิ่งโขกไอ้แมคก็ยิ่งทำกลับคืน พอโดนดูดๆ เลียๆ เข้าไปไม่กี่ทีก็ทนไม่ไหวต้องกระฉูดออกมาใส่ปากไอ้แมคจนได้ เพราะผมมันไม่เคยมีใครมาโม๊คให้แบบนี้บ่อยๆ นี่ครับ
ไอ้แมคกลืนหมดเลยครับ โอย….เสียวแทบขาดใจ ไม่คิดมาก่อนเลยว่าจะมีใครทำรักให้ผมด้วยปากถึงขนาดกลืนกินแบบนี้ ผมหลุดปากออกครางดังลั่นเลย
“โอยยยย…..แมค….ซี้ดดดดดดส์….อาหหหหหห์….ซี้ดดดดดดส์……อาหหหหหห์”
มันดูดควยผมเสียวแทบขาดใจ นานจนกระทั่งน้ำผมหยุดกระฉูดถึงเลิก ตอนนั้นผมนอนตัวอ่อนหมดเรี่ยวหมดแรงจะดิ้นหนีแล้วล่ะครับ แล้วไอ้แมคก็จับผมนอนคว่ำเอาก้นพาดขอบเตียง
“แมคอย่า……ผมกลัวมันฉีก” ผมห้ามเพลียๆ “เดี๋ยวผมค่อยโม็คให้ดีกว่า”
“ฮือออออ….ไม่เอาน่า กูรอไม่ไหวแล้ว…ขอกูเหอะ”
ว่าแล้วมันก็มองหาอุปกรณ์ช่วยจากหัวเตียงผม แล้วก็ไปเจอเอากระปุกครีมนีเวียของผม มันควักมาทาควยมันป้าบโดยไม่ได้ถามราคาเลยว่าแพงแค่ไหน ฮือๆ…ไอ้แมค กูอุตส่าห์ซื้อของแพงมาทาหน้าแต่มึงเอามาทาควยนี่นะ
“อย่าเกร็งนะอุ้ย…ไม่เจ็บหรอก” ใช่สิไอ้แมค ลองมึงมาเป็นกูมั่งกูก็จะพูดแบบนี้แหละ มันควักอีกโบกมาทารูผม สาด…เห็นกับตาเลยว่ามันควักมาเกลี้ยงตลับเลย ต่อจากนี้ไปรูผมและควยของมันก็จะขาวอมชมพูและไร้ริ้วรอยทั้งเจ็ดประการอีกนาน
ตอนแรกมันก็เอานิ้วแหย่ๆ แยงๆ ก่อน แล้วสักพักมันก็ก้มลงมาไซ้ซอกคอผม มันก็ดีเหมือนกันนะครับเวลาที่โดนแบบนี้ บอกตรงๆ เลยว่าที่ผ่านมาผมมักจะโดนเสียบเลยไม่มีการเล้าโลมหรือโม็คให้ แต่กับไอ้แมคนี่ถือว่ามันส์แบบสุดๆ มันเจ็บนิดๆ ตอนแรกแต่พอค่อยๆ เข้าไปทีละนิดๆ แล้วก็รู้สึกโล่งสบาย จนสุดท้ายก็มิดนิ้ว
“ซี้ดดส์..โอย..แมค เบาๆ ผมเสียว อาหห์ เยสส…อาหหห์…เยสสส”
ที่ครางก็เพราะว่ามันเริ่มชักนิ้วเข้าๆ ออกๆ เสียวสุดๆ เลยเพราะว่าเวลามันยัดนิ้วเข้าไปก็หมุนควานเสียด้วย ดีนะไอ้แมคที่กูทำแท้งรอไว้แล้วไม่งั้นได้มีการแถมทองกันมั่ง
ซักพักมันก็จับผมนอนตะแคงข้างแล้วยกขาขึ้นพาดบ่า แม่ง….ทำยังกับหนังเอ็กซ์เลยโว้ย พอมาอยู่ในท่านี้มันก็เลิกไซ้เปลี่ยนมาชักควยผมแทน แค่ไม่กี่ทีผมก็เสียวจนแข็งใหม่อีกครั้งแล้ว ไอ้แมคก้มลงคุกเข่าแล้วดูดควยผมจ๊วบๆ ไปพร้อมกับการเอานิ้วนำร่อง
“โอยยยยยย…..แมค…เบาๆ ผมเสียว อูววว์ อาหห ….ซี้ดดสสสสสส์”
มันค่อยๆ เพิ่มนิ้วที่แหย่ก้นผมเป็นสองนิ้วแล้วกระทุ้งแรงขึ้น…แรงขึ้น จากที่หนีบๆ ก็เริ่มโล่งและมันส์ ผมเด้งก้นร่อนใส่นิ้วมันอย่างไม่อาย ก็เสียวนี่ครับ
ผมเองซะอีกที่เป็นฝ่ายอดทนไม่ไหวซะก่อน ผมครางลั่นเลยว่า
“พอแล้วแมค….เสียว…..เอาผมเถอะ….ผมพร้อมแล้ว…..อ่าหหหหห์”
แล้วมันก็หยุดมือดึงนิ้วออก โห….รูร้อนผ่าวๆ เลยครับ แบบว่ามันเต้นตุบๆ เหมือนอยากจะโดนอีก (แต่ไม่ใช่แค่นิ้ว)
ผมมองดูมันปั่นดุ้นควยตัวเองจ่อรูผม เห็นหุ่นล่ำๆ ของมันเวลาแอ่นควยมาจ่อรูแล้วได้อารมณ์เอามากๆ แถมมันยังใช้อีกมือนึงบี้หัวควยผมจนเสียวไปหมดตอนที่ค่อยๆ ดันหัวควยมุดเข้ามาในก้นทีละนิด
“ซี้ดสสส์……คับชิบหายเลย…..อุ้ย…..อย่าเกร็งสิวะ”
“อาซซซซ์…..ผมเจ็บ…..ค่อยๆ…อูววว์…ช้าๆ……อ่าหหห์”
แมคมันค่อยๆ กดอย่างช้าๆ จนเข้าไปถึงคอหยัก ผมจุกแปล๊บแต่ก็ต้องทนเอาไว้ มันเหมือนกับว่าจะหายใจไม่ออกแต่ก็เสียววูบๆ วาบๆ ทั้งในก้นและทั้งควยที่ไอ้แมคบี้เล่นอยู่
“ซี้ดสส …….อาหหห ….กูมันส์ เสียว อุ้ย มึงเป็นไงมั่ง” มันครางไปกระเด้าไปเนิบๆ จากที่นอนตะแคงข้างยกขาพาดบ่ามันก็จับผมมานอนยกล้อเสียแล้ว
ผมตอบไม่ไหว หนักที่ตัวมันใหญ่เบ้อเริ่มเทิ่มแถมเคยังจุกคารูอีก มันดุนๆ ดันๆ ไม่กี่ทีก็ผลุบเข้ามามิดด้ามแล้ว ตอนนี้หละผมแทบตาทะลักออกมา
“อาหหห ….อุ้ย…กู….ซี้ดสสสสสส!!!!” มันกัดฟันกรอดก่อนจะดึงผมขึ้นไปดูดปาก ผมรู้แล้วหละว่ามันกำลังกลั้นใจไม่ให้น้ำแตก แต่ผมน่ะจะไม่ไหวแล้วเพราะเสียวติดค้างมาตั้งนาน พอโดนดูดปากแค่นั้นเชื่อไหมครับว่าน้ำผมแตกซ่าเลย
ผมกอดมันแน่น เสียวแทบขาดใจ ไม่เคยเสียวอะไรขนาดนี้มาก่อน ขนาดว่าเพิ่งน้ำแตกไปไม่นานแค่โดนมันเยสผมก็เสียวจนพุ่งออกมาอีกรอบ แล้วตอนที่น้ำผมแตกนั่นเองผมก็รู้สึกแสบก้นวาบๆ เหมือนมีอะไรพุ่งเข้ามา
ตอนนั้นเองที่ไอ้แมคดูดปากผมสุดฤทธิ์เหมือนจะให้ผมรู้ว่ามันเองก็ออกแล้วเหมือนกัน พักนึงมันก็ถอนปากออกแล้วซบลงมาบนหน้าอกผม ก่อนที่จะพลิกตัวลงไปนอนหอบแฮ่กๆ อยู่ข้างเตียง
“อาหหหหห์…..อุ้ย…..กูคนแรกของมึงใช่ไหม?….บอกกูมาตามตรง” มันหันมาจูบแก้ม ผมรีบกวนประสาทมัน “เอ่อ…..คนที่เท่าไหร่จำไม่ได้แล้ว”
มันค่อยๆ เอาตีนขึ้นมายันผมไปห่างๆ “สัส หัดโกหกมั่งก็ได้”
“ทีผมยังไม่เคยถามแมคเลยว่าแมคมีแฟนยัง” ผมถามงอนๆ
“กูไม่บอกหรอก” มันแลบลิ้นใส่ “ผู้ชายน่ะผ่านมากี่คนก็ไม่เห็นเป็นปัญหา”
เอ๊ะ! ใครแม่งบัญญัติกฎข้อนี้ให้มันวะ
แล้วเราสองคนก็อาบน้ำแต่งตัวกัน ไอ้แมคเดินโผเผลงบ้านผมไปแล้วขี่รถกลับ โดยที่ผมเดินขาถ่างๆ ไปส่งได้แค่หน้าห้อง อยากให้มันอยู่ทั้งคืนเหมือนกันแต่กลัวว่าพ่อแม่ผมจะกลับมาเจอ อันว่าครอบครัวของผมก็พอรับได้อยู่หรอกว่าผมเป็นอะไร แต่ก็ไม่ถึงกับว่าจะให้ผมทำประเจิดประเจ้อเกินงาม พอไอ้แมคกลับไปแล้วผมก็นอนแผ่หมดแรงหลับไม่รู้เรื่องเลยจนเช้า
ตอนเช้าผมก็เจ็บอยู่นิดๆ นะครับ แต่ก็กัดฟันทำตัวตามปกติ โชคดีที่มันเป็นวันเสาร์ที่ไม่ต้องไปเรียน ผมเดินลงไปกินข้าวชั้นล่างแล้วก็ขึ้นมานอนต่อจนสาย เชื่อไหมครับว่าผมคิดถึงมันตลอดทั้งวันและเสียดายที่ไม่ได้ขอเบอร์โทรศัพท์มันไว้
ไม่รู้ตัวเลยว่าตกหลุมรักไอ้ยักษ์ตัวโตคนนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน แต่กว่าจะรู้ผมก็ถอนตัวไม่ขึ้นเสียแล้ว
ตั้งแต่นั้นมาไอ้แมคจะคอยมาส่งผมที่บ้านแล้วเราก็หาความสุขกันบนห้องผม จนเพื่อนๆ ที่ ร.ร. เค้ารู้กันหมดแล้วว่าผมกับมันเป็นแฟนกัน
เรื่องมันคงจะไม่เป็นอย่างนั้นไปจนจบและแฮปปี้เอนดิ้ง ถ้าหากว่าผมไม่ทะลึ่งไปเที่ยวที่บ้านของไอ้แมคตอนวันเสาร์-อาทิตย์ มันก็ดูแลผมดีอยู่เพราะพอไปถึงบ้านมันก็นั่งดูทีวีกับผมแล้วให้ผมหนุนตักมันนอน แปลกดีเพราะว่าปกติมันจะเป็นคนเริ่มรุกผมก่อนทุกครั้ง
พอเห็นมันนิ่งผมก็เลยแกล้งซุกไข่มัน แล้วไอ้แมคน่ะโดนได้ที่ไหน แตะเป็นลุกปึ้งๆ ทุกที มันนุ่งกางเกงยีนส์เลยล้วงยากนิดหนึ่งแต่ไม่พ้นฝีมือไอ้อุ้ยหรอกน่า ผมกอดๆ หอมๆ มันเล่นพักเดียวไอ้แมคก็นิ่งยอมให้ผมถอดเสื้อยืดมันออก
เห็นกล้ามล่ำๆ ของมันแล้วผมชักจะคุมตัวเองไม่ไหว จากที่นั่งกอดๆ จับๆ กันเล่นผมก็เลยเริ่มไซ้มัน
“อย่าน่า…อุ้ย” มันเริ่มผลักผม “กูไม่อยากจะทำอะไรในบ้านนี้”
“แล้วที่บ้านผมทำไมแมคทำได้ล่ะ” ผมอ้อน
มันก็เงียบไป พอเงียบผมก็ไซ้ต่อสิครับ ปล่อยเอาไว้ทำไม ไอ้แมคหลับตาปี่เลยตอนที่ผมเริ่มดูดหัวนมมัน
“ซี้ดสสสสสส์….อุ้ย….พอเหอะ กูเสียว” มันครางเบาๆ “กูยังไม่อยากทำตรงนี้”
แต่ผมไม่ตอบมันหรอกครับ ดูดหัวนมมันแล้วก็บี้เคมันไปพร้อมๆ กัน ปากมันก็ห้ามอยู่หรอกแต่พอผมไซ้ลงไปถึงหน้าท้อง มันก็เริ่มครางอือๆ อาๆ แล้วนอนหงายให้ผมไซ้ได้เต็มที่
กะว่ามันคงไม่กล้าบ่ายเบี่ยงผมอีกแล้วก็จัดการรูดซิปกางเกงยีนส์มันเสียเลย มันเองก็ยังช่วยผมปลดเข็มขัดด้วยแล้วก็กระดกก้นให้ผมดึงกางเกงมันลงไป แล้วก็บอกว่าไม่อยากทำ ไอ้แมคเอ๊ย…….กกน. แม่งก็ไม่ใส่ แบบนี้มันเรียกว่าควยอยากปากตอแหล แหม เตรียมพร้อมอยู่แล้วแต่ยังฟอร์มทำเป็นไม่เงี่ยน พอผมถอดกางเกงยีนส์มันออกมันก็กระซิบ “อุ้ย ไปปิดไฟหน่อยดิ”
เอาวะ ปิดก็ปิด ผมปิดไฟแล้วก็เดินมาตรงที่นอน ห้องมันไม่ค่อยมีอะไรหรอกเลยไม่ต้องกลัวว่าจะเตะโดนขยะ เห็นแค่แสงไฟลางๆ ที่มันลอดผ่านร่องประตูหน้าต่างเข้ามาก็พอจะคลำได้
ไอ้แมคนอนหงายอยู่บนฟูกหายใจหอบๆ ควยมันแข็งตั้งโด่เด่เลย ผมก็ถอดเสื้อผ้าตามมัน แปลกดีแฮะที่มันนิ่งๆ เหมือนกับจะไม่มีอารมณ์เลย ทั้งๆ ที่ปกติมันจะโดนเป็นเอาตื่นโคตร
พอแก้ผ้าหมดผมก็คร่อมมันแล้วไซ้ แหมๆๆ….อย่าว่าผมนาคร๊าบบบ ผัวเมียกันช่วยกันทำมาหากิน มึงขึ้นมั่งกูขึ้นมั่งผลัดกันเสียวผลัดกันเหนื่อย จะได้อยู่กันนานๆ
เสียงมันครางในคอฮือๆ เหมือนจะพยายามสะกดกลั้นความรู้สึก (ก็ปกติมันครางสัดจะตาย) สองมือมันลูบหัวผมไปเรื่อยๆ ปกติมันไม่ค่อยอยากให้ผมขึ้นเองหรอกครับเพราะมันชอบบ่นว่าจั๊กจี้ แหมทีพอมาที่บ้านตัวเองงี้เชื่องเป็นแมวหง่าวเชียวนะไอ้ตูดหมึก
กล้ามหน้าอกมันหนาน่าดูดมากขอบอก แล้วยิ่งเวลาที่มันเสียวจนต้องเกร็งกล้ามนะครับ ซิกแพ็คก็เกร็งขึ้นเป็นลูกๆ เอ็กซ์โคตร ผมงับหัวนมของมันเล่นแล้วกระตุกด้วยปากเบาๆ
“โอ๊ยยยย….อุ้ย ซี้ดสสสสสส์ อาหหห์” มันกัดฟันครางเหมือนจะขาดใจ
สาแก่ใจไอ้อุ้ยชิบหาย มือมันขยุ้มหัวผมแรงจนเจ็บ ควยกระตุกลึกๆ เลยด้วย ผมใช้ลิ้นตวัดเลียไปรอบๆ หัวนมมันจนแข็งขึ้นเป็นเม็ด สลับกับการใช้มือบี้คลึงมันเบาๆ
เท่านั้นแหละครับไอ้แมคก็เลิกเก๊กทันที มันพลิกตัวมาจับผมไซ้แบบพื้นๆ ตามสไตล์มัน ทั้งคลึงฟัดดูดเลียเหมือนกับว่ามันจะมีอารมณ์เถื่อนกว่าเก่าเลยด้วยซ้ำ ผมยังนึกกลัวเลยว่ามันจะทำคอผมเป็นรอย
เสียวสุดๆ ครับเวลาที่มันใช้ปากที่มีหนวดมีเคราของมัน โอย…แทบขาดใจ แถมวันนี้มันเล่นไซ้ดูดแรงๆ ตั้งกะซอกคอลงไปยันซอกขา แถมเน้นด้วยการโช้คดูดควยผมเร็วๆ ผมงี้เด้งแล้วเด้งอีกด้วยความเสียวจะร้องก็กลัวว่าข้างห้องมันจะได้ยิน
คราวนี้ผมเปลี่ยนมาเป็นฝ่ายขึ้นคร่อมมันแทน ไม่ต้องกลัวครับงานนี้ไอ้อุ้ยเตรียมพร้อม ผมเปิดกระเป๋าเอาวาสลีนออกมา อย่า…อย่าเพิ่งบ่นว่าผมใช้ของผิดประเภท ถ้าคุณลองมีแฟนอย่างไอ้แมค ที่ควยยังกับม้าและชื่นชอบกามเอากันวันละหลายๆ ครั้ง คุณจะไม่นึกถึงเจลหล่อลื่นหลอดเล็กๆ หลอดละ 200 กว่าบาท ที่บีบสองสามที่หมด แต่คุณจะต้องนึกถึงวาสลีนสองกระปุกร้อย ที่เหมาะสำหรับนักศึกษากระเป๋าแฟบอย่างผม
ผมทาท่อนควยมันจนชุ่มโชก ไอ้แมคงี้ซี๊ดลั่นเลยตอนที่ผมจับรูดขึ้นรูดลง แหมมันสะใจที่ได้แกล้งเอาคืน
นั่งมองกล้ามสวยๆ เกร็งเป็นลอนตอนเสียวแล้วได้อารมณ์ รูดไปผมก็เอามาทาที่ก้นตัวเองไปด้วย กะเอาว่ามันเริ่มเสียวจัดๆ แล้วผมก็ค่อยๆ ก้าวขึ้นไปคร่อมมัน ไอ้แมคก็รู้ใจรีบจับควยตั้งไว้รอให้ผมนั่งเทียน แต่ผมก็แกล้งมันทำเป็นเอาควยตัวเองถูไถกับของมันเล่นให้หัวมันสะกิดกันเสียวๆ แล้วเอามือกำรวบให้มันแนบกันก่อนจะกระเด้าเนิบๆ
“ซี้ดดดดส์…อุ้ย …พอแล้ว….กูเงี่ยนจะตายห่าแล้ว….ขอกูเย็ดก่อน” มันคราง
ไม่รู้ว่าผมเป็นโรคจิตหรือเปล่าที่พอมันครางสัดๆ แบบนี้ทีไรเป็นมีอารมณ์ทุกที ผมขยับตัวขึ้นนั่งคร่อมควยมันไว้แล้วจับหัวบานๆ จ่อที่ปากรู จากนั้นก็ค่อยๆ กดลงไป
บล๊วบบบบบบ…..
“อาซซซซซซซ์…..ซี้ดดดดดด” ผมดันเป็นฝ่ายร้องเสียเอง “เบาๆ….อูย…อย่าเด้ง”
ใครจะไม่ซี้ดหละครับ ก็ไอ้แมคมันไม่ได้นอนเฉยๆ นี่ครับ พี่แกจับเอวผมกระเด้าควยเสยเข้ามาทีเกือบครึ่งดุ้น ก้นผมกับควยมันก็ต่างกันลิบอยู่ล่ะพอมาเจอแบบนี้เป็นจุก
ไอ้แมคแอ่นตัวโก่งเมื่อผมค่อยๆ โหย่งก้นออก “อะ…..อาหหหห์”
“อูววว์…อูววว์เยสสสสสสส!!!” ผมเองก็เสียวสุดตัวเหมือนกันเมื่อมันกระชากสะโพกผมกดลงไป
ไอ้ผมก็จะหนี ไอ้แมคก็จะเอา พอผมยกขึ้นมันก็ดึงกลับ จากที่ผมจะขยับให้หายจุกก็กลายเป็นนั่งขย่มตอมัน เสียวจัดๆ นะครับเหมือนกับน้ำมันจะปริ่มเยิ้มออกมาที่ปลายหัวเคเวลาโดนเสยเข้าไปสุดๆ เพิ่งรู้เดี๋ยวนี้เองว่ามันส์ซะขนาดนี้
มันคงจะกลัวว่าผมจะเหนื่อยเลยค่อยๆ ยันตัวขึ้นมาในท่านั่งราบหันหน้าเข้าหากันโดยที่ผมเอาขาเกี่ยวรอบเอวมันไว้ จากนั้นเราก็เริ่มเสียวกันต่อโดยที่ผมเป็นฝ่ายขย่มและไอ้แมคคอยประคองผมด้วยการกอดเอวไว้ พร้อมกันนั้นมันก็พยายามหอมไซ้ไปตามซอกคอของผมด้วย
ที่เสียวสุดๆ เห็นจะเป็นตรงที่ควยผมเสียดสีไปกับกล้ามซิกแพ็คหน้าท้องของมันนั่นเอง รู้สึกได้เลยว่าน้ำเสียวผมไหลออกมาเปรอะเต็มหน้าท้องมันจนเยิ้ม หัวนมผมเองก็เช่นกัน มันเสียดสีกับกล้ามอกหนาๆ จนแข็งชันเสียวแปล๊บๆ
แค่พักเดียวไอ้แมคก็ทนไม่ไหว มันจับผมพลิกลงไปอยู่ในท่ายกล้อทันที จากนั้นจึงเริ่มโหมแรงกระเด้าแบบไม่ยั้ง เด้งร่อนรับบนฟูกบางๆ นั่นจากกลางห้องแถไปเรื่อยๆ ยันหน้าทีวี พอหัวโขกกับขาตั้งดังโป๊กไอ้แมคก็ลากผมกลับไปที่กลางห้องใหม่แล้วบรรเลงเพลงเย็ดต่อ โอย…..ทั้งเสียวทั้งมันส์จนร้องไม่เป็นภาษา
ร่ำๆ น้ำผมจะแตกให้ได้เลย แต่ผมเองก็พยายามที่จะกลั้นเอาไว้ไม่ให้มันออกมาก่อน บอกตรงๆ ว่าผมอยากจะเสียวสุดๆ จนขึ้นสวรรค์ไปพร้อมๆ กับมัน
“ซี้ดดดดดส์….แมค…ไม่ไหวแล้ว” ผมแกล้งกระซิบเสียวๆ “แมคจะออกหรือยัง”
แค่บอกก็รู้กันเพราะว่าไอ้แมครีบเร่งกระเด้าเร็วขึ้นและเร็วขึ้นจนเสียงดังพับๆๆ
จู่ๆ ไอ้แมคก็รีบพลิกเอาผมขึ้นบนในท่านั่งเทียน “อุ้ย…..ซี้ดดดส์…ขึ้นให้ผัวที….เสียวจะตายแล้ว”
เอาวะ ผมรีบหมุนตัวกลับมาอยู่ในท่าคุกเข่าเอนหลังนั่งเทียน ท่อนล่างผมยังคงนั่งขย่มควยมันอยู่แต่ท่อนบนเอนราบไปทับอกมัน ไอ้แมคไม่รอช้ารีบโอบเอวผมแล้วชักควยให้สุดฤทธิ์ เป็นจังหวะเดียวกับที่ผมขย่มควยมัน
“แมค แมค เสียว. ซี้ดสสส์….เสียว…..อา…อา….อาหหหหหห์!!!!”
“ออกแล้ว…..อูย…..อูย……………
ผมกระฉูดออกมาสุดแรง น้ำเย็ดพุ่งออกมาเปียกกระจายเต็มหน้าท้องผมและมือไอ้แมคพร้อมกับที่มันหลั่งทะลักใส่ก้นผมจนไหลย้อนออกมาเปียกเต็มง่ามขา
หมดแรงกันพอดี ผมทิ้งตัวนอนแผ่บนอกมันอย่างนั้นโดยที่ควยไอ้แมคยังคงแข็งคารูผม มันกอดผมอยู่ในท่านั้นเป็นนาน ร้อนก็ร้อนจนเหงื่อท่วม เหม็นคาวน้ำเสียวที่เปรอะเต็มไปหมดแต่ก็ไม่มีใครคิดจะลุกขึ้นไปล้างกันซักที
“อุ้ย…อุ้ย…..ไป ลุกขึ้น ออกไปหาข้าวกินกัน”
“อืมม์… ขี้เกียจอ่ะ ถ้าออกไปซื้อมาฝากด้วย เอากะเพราเครื่องในไก่ ไข่กรอบๆ”
“งั้นกูออกไปซื้อข้าวแป๊บนึงนะ แล้วอย่าเสือกออกไปไหนล่ะ อยู่บ้านดีๆ กูยิ่งไม่ค่อยถูกกับอีคนข้างห้องอยู่ด้วย”
“เออๆ….รู้แล้ว”
ไอ้แมคมันปลุกแล้วก็ลุกไปอาบน้ำแต่งตัว ผมเพลียแล้วก็มีความสุขสุดๆ ครับยังไม่อยากลุกไปไหน ก็เลยนอนแผ่แก้ผ้าอยู่อย่างนั้น เอามือควานๆ หาแว่นตามาใส่แล้วดูนาฬิกา ตายห่านี่มันจะเที่ยงแล้วนี่มิน่าล่ะไอ้แมคมันถึงรีบลุกไปหาซื้อข้าว
ไอ้แมคมันกินเก่งครับ แต่ระบบเผาผลาญมันดีไม่ยักจะมีส่วนเกินมีแต่กล้ามแน่นๆ ผมสิเผลอกินเยอะเป็นไม่ได้พาลจะมีพุงซะทุกทีไป ผมเคยพามันไปที่บ้านตอนพ่อกับแม่อยู่ มันเล่นกับข้าวซะเกลี้ยงสำรับเลยครับ
แม่งี้ปลื้มแก้มแทบปริจนต้องถามผมบ่อยๆ ว่าไอ้แมคจะมาอีกเมื่อไหร่แกจะได้ทำแป้งแดง (เครื่องจิ้มอย่างหนึ่งของทางปักษ์ใต้ คล้ายหลนปลาเค็มแต่มีสีชมพูแปร๊ด)
ส่วนพ่อผมน่ะเหรอเจอคนภาคเดียวกันก็เมาท์ใส่ซะจนผมกับแม่ได้แต่มองตาปริบๆ เพราะฟังไม่ทัน
ยังคิดอยู่เลยว่าถ้าผมเป็นผู้หญิงและมันเป็นผู้ชายก็คงจะดีมิใช่น้อย พ่อแม่ผมกับมันก็เข้ากันได้ขนาดนี้ อิอิอิ เรื่องการที่เราจะเป็นทองแผ่นเดียวกันมันคงจะไม่ไกล
“กูไปนานหน่อยนะตลาดมันไกล อย่าออกไปไหนนะเว้ย” มันย้ำแล้วมาจูบผมที่หัวไหล่ ผมโบกมือบ่ายบายมันแล้วซุกตัวลงนอนต่อ ได้ยินเสียงมันสตาร์ทรถมอเตอร์ไซค์ออกไปแล้วค่อยลุกขึ้นมาอาบน้ำอาบท่า
แล้วผมก็เกิดขยันบ้าอะไรไม่รู้นั่งเก็บข้าวเก็บของในห้องมัน เปิดผ้าม่านเปิดหน้าต่างระบายอากาศแถมยังทะลึ่งออกไปรดน้ำต้นไม้ให้มันอีกด้วย
มีอีป้าแก่ๆ แต่งหน้าเข้มคนนึงเดินมาดูผม ไอ้ผมก็อุตส่าห์ยิ้มให้แต่เค้าก็ทำหน้าแบบไม่ค่อยพอใจแล้วเดินหนีไป ตอนนั้นผมอารมณ์ดีไม่ทันจะได้คิดอะไรหรอก แบบว่าช่างหัวแม่ง
พักเดียวเท่านั้นแหละครับ อีป้าคนนั้นก็เดินย้อนกลับมาอีกแล้วถามเสียงกระชากๆ “นี่เธอเป็นใครมาทำอะไรที่นี่”
ผมก็งงสิครับ เอ๊ะ…..อีแก่นี่มันยังไงอยู่ดีๆ มาพูดจาแบบนี้ ผมจำได้ว่าที่บ้านไอ้แมคมันทำสวนผลไม้ พ่อกับแม่มันไม่มาหามันที่นี่หรอก จะมีก็แต่มันกลับไปเยี่ยมบ้านสองสามเดือนที
แต่ผมก็พูดดีกับยายนั่นนะครับ “ผมเป็นเพื่อนแมค คนที่เช่าห้องนี้อยู่อ่ะครับ”
เอาอีกหล่ะ อีแก่นั่นเริ่มทำหน้าเหมือนเหม็นขี้ อย่าหาว่าผมมารยาททรามเลยนะครับมันสมควรกับคำนี้จริงๆ อีแก่นั่นเดินหายไปซักพักก็มากับผู้หญิงคนหนึ่ง
ตอนแรกผมก็งง แต่พอเห็นหน้าแล้วผมก็ต้องตกใจ ผู้หญิงคนนั้นหน้าตาคล้ายผมมากครับ แบบที่ถ้าเธออ้างว่าเป็นพี่สาวผม ผมก็ต้องเชื่อ
“เห็นไหมอีนงค์” อีแก่นั่นชี้หน้าผม เอาล่ะสิ ผมชักจะเริ่มเกลียดมันล่ะ ไม่สนใจหรอกนะว่าใหญ่มาจากไหนแต่ทำกริยาแบบนี้ใส่มันก็ไม่สวย แล้วผมมันก็ไม่ใช่อีนางเอกละครทีวีที่จะได้ดีบริสุทธิ์ 100% พอชี้หน้าผมก็เริ่มมองตาเขียวแล้ว
“เออว่ะป้าวรรณ เหมือนจริงๆ” อีคนชื่อนงค์จ้อง “แล้วมาทำอะไรที่นี่ เหอ”
อ้าว…..สงสัยอยากจะรู้ความจริง เดี๋ยวบอกแล้วจะเซอร์ไพรส์ แต่ผมยังไม่กล้าหรอกเลยนิ่งไว้
“เป็นตุ๊ดหรือเปล่าแกน่ะ” อีป้าวรรณยิงตรงประเด็นเลย อีนี่ปากไม่มีหูรูด ชักอยากตบปากสงเคราะห์คนแก่ให้ได้ใช้ฟันชุดที่สามเสียแล้ว
“สงสัยว่ามันจะเป็นว่ะ” อีนงค์เสริม
อีป้าวรรณทำท่าอย่างกะพวกคนใช้ตัวร้ายในละครหลังข่าว “เออ ตอนตะกี้กูก็ว่าได้ยินเสียงมันครางกันหงิงๆ ในห้อง อ๋อที่แท้มันก็มากกกันนี่เอง”
ผมเคยคิดว่าไอ้นิสัยสอดรู้สอดเห็นของอีพวกตัวร้ายนี่มันจะมีแค่ในละครหรือนิยาย ใครจะไปรู้ว่าอีพวกนั้นน่ะเอามาจากชีวิตจริงทั้งนั้น ผมงี้โกรธจนตัวสั่น
“อ๋อ พออกหักจากชั้นไงถึงไปคว้าเอาอีตุ๊ดนี่มาแทนไง…กรี๊ดดดดดดดดด!!!!!” นงค์ลอยหน้าลอยตาด่า
แต่ก็ไม่ทันจบคำหรอกครับ นางเอกแสนดีไม่มีหรอก แถวนี้มีแต่ตุ๊ดถ่อยอย่างผมนี่แหละที่จะต่อกรกับคนแบบพวกมัน ประการแรกเลยคือเอาสายยางที่ต่อออกมารดน้ำต้นไม้ฉีดใส่หน้าทั้งอีหัวหงอกหัวดำนั่นแหละให้เปียกเป็นลูกหมาตกน้ำ
“ก็ใช่แล้วทำไม” ผมเลือดขึ้นหน้าแล้วตอนนั้น “ถ้ามึงดีจริงมันจะทิ้งมึงเหรอ”
บอกแล้วว่าอย่าให้ไอ้อุ้ยลงทรงเจ้าแม่กาลี เด็ก ร.ร. ผมเค้าจะรู้ดีว่าอย่าให้ผมวีนแตกเพราะผมด่าประเภทที่ว่า กบว. เซ็นเซอร์ไม่ทัน ผมโยนสายยางลงแล้วชี้หน้าอีป้าวรรณที่กำลังจะอ้าปากด่า
“มึงก็เหมือนกันอีเหี่ยวพังผืด แก่จะตายห่าแล้วยังมาเสือกกะโหลกเรื่องชาวบ้าน ว่างนักทำไมไม่หัดไปเข้าวัดเข้าวา หง่อมจะตายห่าเอาวันสองวันนี่อยู่แล้ว เดี๋ยวกูก็ตบถอนหงอกเสียเลยนี่”
อีป้าวรรณอ้าปากหวอหน้าซีด ไม่คิดล่ะสิว่าจะเจอของจริง ผมชี้หน้าอีนงค์ต่อ
“แล้วมึงนะ ไปพิจารณาตัวเองเถอะว่าทำไมผู้ชายเค้าถึงทิ้งมึงไปหาตุ๊ด อีหีกลวงไร้สมรรถภาพ กูไม่ถือหรอกที่มึงเคยเย็ดกับมันมาก่อน คิดซะว่าหมาเลียควย”
แค่นั้นมันก็แหกหีเผ่นกันไม่เหลียวหลังแล้ว ผมตะโกนด่าตามหลังไปอีกหลายชุดเหมือนกัน เวลามาเห็นจูงกันมาเป็นดิบดี พอมีเรื่องกลับแยกกันหนีไปคนละทาง อีแก่วรรณมุดเข้าบ้านปิดประตูเงียบเลยคราวนี้ แต่ผมสียืนด่ามันปาวๆ จนชาวบ้านออกมามุงดู
ผมยังคงใจแข็งปั้นสีหน้าเป็นส้นตีนเดินกลับเข้าห้องแล้วคว้าเสื้อผ้าข้าวของตัวเองออกมา ก่อนจะเรียกรถมอเตอร์ไซค์วินแถวนั้นไปส่งที่บ้าน ผมตัวสั่นระริกไปทั้งตัว ทั้งโกรธและทั้งอาย พอมาถึงบ้านผมถึงได้รู้ตัวว่าผมเดินเท้าเปล่าออกมาตลอดทาง
เดินขึ้นเตียงแล้วผมก็เอาหมอนปิดหน้าเอาไว้ ก่อนที่จะแหกปากร้องไห้ออกมาดังๆ ให้สาแก่ใจ
ผมปิดโทรศัพท์แล้วนอนมองเพดานอยู่คนเดียว เสื้อผ้าที่ผมใส่อยู่ตอนนี้ก็ยังเป็นเสื้อเชิ้ตแขนยาวลายสก๊อตของมัน กางเกงขาสั้นก็ใช่ ผมรีบถอดออกไปแล้วยัดลงถังขยะ แต่ให้ตายเหอะยังไงๆ ผมก็ยังได้กลิ่นของไอ้แมคอยู่ดี
นึกมานึกไปน้ำตาก็เริ่มจะไหลอีกแล้ว ผมรู้สึกได้เลยว่าทั้งเนื้อทั้งตัวของผมมีแต่กลิ่นของไอ้แมค ที่แก้ม ที่หลัง ที่ปาก ที่คอ ทุกๆ ที่ดูเหมือนกับว่าจะมีสัมผัสจากมันทั้งนั้น ผมนั่งร้องไห้ทั้งที่เปลือยเปล่าจนค่ำ ดีที่ว่าบ้านผมไม่มีใครไม่อย่างนั้นเค้าคงจะหาว่าผมเป็นบ้า
ผมหลับไปทั้งน้ำตา ตื่นขึ้นมาอีกทีก็ตอนที่พ่อกับแม่กลับมาจากที่ทำงาน ผมตาบวมช้ำไปหมดเลย ใครเรียกกินข้าวก็ไม่ลงไปแล้วโกหกว่ากินมาแล้ว แต่ถึงตาผมไม่ช้ำผมก็ไม่อยากจะกินหรอก มันขมคอไปหมดแม้กระทั่งน้ำเปล่า รู้แล้วไอ้คำที่คนโบราณชอบพูดกันว่า อกไหม้ไส้ขม น่ะเป็นอย่างไร
ผมไม่ยอมออกจากห้องจนกระทั่งรุ่งเช้า พอผมเปิดโทรศัพท์ก็ต้องตกใจกับ 200 กว่าสายที่เรียกเข้า ทุกสายเป็นของไอ้แมคคนเดียว
“กูเกลียดมึง และไม่มีวันที่จะให้อภัยมึงเด็ดขาด” ผมด่าลมด่าแล้งอยู่คนเดียว มองดู 35 ข้อความที่ขึ้นมา ผมไม่อ่านซักอันแล้วก็กดลบทิ้งไปเฉยๆ ใครจะว่าผมบ้าก็ช่าง ผมเข็ดแล้ว คนเราเจ็บครั้งเดียวก็เกินพอ
ถ้ามันมีผมแล้วไปเอาผู้หญิงคนอื่นเป็นเมียก็ยังพอทำเนา แต่นี่ให้อีเมียเก่ามาด่าผมทำนองว่าไอ้แมคเอาผมเพราะว่าผมหน้าเหมือนมัน ใช่……ฟังดูดีมีเหตุผล เพราะผมหน้าเหมือนอีนงค์เมียเก่าของมันจริงๆ เสียด้วย แค่คิดก็แค้นจนจะทนไม่ไหว
ผมปิดหน้าต่างไม่ยอมเปิดออกไป กลัวว่าถ้าหากผมมองออกไปแล้วเจอมันเข้า ผมอาจจะต้องใจอ่อนเดินลงไปหามันตามที่มันขอ และสุดท้ายผมก็จะต้องไปเจอกับอะไรเก่าๆ แบบนั้นอีก คนที่เคยเจ็บแล้วจะไปเจ็บซ้ำเจ็บซากแบบเดิมอีกมันจะเป็นยิ่งกว่าควาย
ถึงอย่างไรผมก็ต้องไปโรงเรียนอยู่ดี ไม่ว่าจะพร้อมหรือไม่ก็ตาม อีพวกนกกระจอกที่ห้องผมแปลกใจที่ผมทำหน้าเป็นตูดมาเรียน
“เฮ้ย อุ้ย….ทำไมทำหน้าตายังกับแดกขี้มา” (เออ กูแดกขี้อีนงค์มา))
“ผัวเล่นหนักหรอวะ เพลาๆ หน่อยเว้ย…..เดี๋ยวตายคาตูด” ((หนักดิ แม่งเล่นซะกูร้องไห้สองวันติดกันเลย))
“เออ กูเห็นมันนั่งคุยกับไอ้หญิงที่โรงอาหารเมื่อเช้าด้วยว่ะ คุยกันตั้งนานแหนะ” คำนี้แหละผมหูผึ่งเลย นังเฮหน้าเหรอเมื่อเห็นทุกคนรวมทั้งผมจ้องมันเป็นตาเดียว “เฮ้ย กูพูดผิดตรงไหนวะ ก็กูเห็นจริงๆ นี่”
นังจิตรรีบปิดปากนังเฮ “เฮ้ย อีนี่ก็พูดมั่ว อย่าไปเชื่อมัน อีเฮ มึงไปเป็นเพื่อนกูเยี่ยวแป๊บ”
ว่าแล้วอีแก๊งค์นกกระจอกก็แห่ไปเยี่ยวพร้อมกันยังกับมีจิ๋มอันเดียวแล้วต้องผลัดกันใช้
เอาล่ะสิ มันจะต้องมีอะไรแน่ๆ ผมพยายามที่จะไม่คิดว่าน้องหญิงมีอะไรไม่ชอบมาพากล พอนึกไปนึกมาก็รู้สึกว่า เอ๊ะ…..นี่เรายังรักยังหวงมันอยู่อีกนี่หว่า แต่น้องหญิงเพิ่งจะเข้ามา แถมไม่ยอมมองหน้าผมด้วยซ้ำไป ทั้งๆ ที่ปกติเราซี้กันจะตาย ผมว่าเรื่องมันเริ่มไม่ธรรมดาซะแล้ว
พอตกเย็นปั๊บก็ยิ่งผิดสังเกตที่อีพวกนั้นพร้อมใจกันหายไปหมดเลย อีพวกชิบหาย เวลากูอกหักแบบนี้เลือกจะมาทิ้งกันอีก อีช้างยิ้ม
ผมมองลงมาทางกระจกหน้าต่างเผื่อว่าไอ้แมคมันจะมาคอยผมข้างล่าง ก็โชคดีที่ไม่มี แต่ไม่รู้สิว่าทำไมผมรู้สึกผิดหวังและห่อเหี่ยวหัวใจแทนที่จะโล่งอก
เย็นมากแล้ว ผมยังไม่อยากกลับบ้าน เพราะขืนกลับไปตอนนี้ผมก็คงจะต้องร้องไห้อีกแน่ๆ ไม่รู้จะทำอะไรก็เลยเอาโทรศัพท์ออกมาเปิดเพลงฟัง
พอมาถึงตอนนี้ ตาผมชักเริ่มร้อนผ่าวๆ เพิ่งนึกออกว่าเพลงนี้ไอ้แมคเป็นคนส่งให้ผมเองแต่ผมไม่เคยที่จะเปิดฟังซักครั้ง เหี้ยจริงๆ ไอ้อุ้ย แค่คิดถึงน้ำตามึงก็ไหลอีกแล้ว ใช่สิ ก็เพลงนี้อีกนั่นแหละที่มันเป็นทั้งคนเล่นกีตาร์และร้องในงานโรงเรียนวันที่พบกันครั้งแรก
ให้ใจดวงนี้ ได้รู้ความจริง ว่าใจของเธอ เก็บไว้ให้ใคร
และคนคนนี้ จะมีสิทธิ์ไหม ขอเพียงเธอได้เผย หัวใจ.
พอแล้ว กูไม่อยากฟังถึง ผมปิดเพลงแล้วกดปุ่มลบ แต่ให้ตายสิ ทำไมนิ้วผมมันแข็งจนกดไม่ลงก็ไม่รู้ สุดท้ายก็เลยตัดสินใจที่จะไม่ลบแล้วเก็บกระเป๋าเตรียมกลับบ้าน อดไม่ได้ที่จะหันกลับไปมองที่หน้าต่างอีกครั้งเผื่อว่าจะเจอใคร แต่มันก็แย่ยิ่งกว่าเก่าเมื่อไม่เห็นใครแม้กระทั่งคนขายเครปกับผลไม้ปอกที่จะมาทุกวัน มองดูนาฬิกาก็เกือบทุ่มนึงแล้ว
ผมเดินโหยๆ ลงไปตามบันได บางทีก็รู้สึกหมดอาลัยตายอยากจริงๆ เมื่อกลางวันก็ไม่ได้กินข้าว สั่งข้าวหมกไก่มาจานแล้วก็กินไม่ลงเพราะเพิ่งนึกออกว่าไอ้แมคมันชอบกิน เมื่อไหร่วะถึงจะลืมมันได้ซักที
“จะกลับแล้วเหรอ…….”
“เออ…..กลับแล้ว” ผมตอบเซ็งๆ
ผมหันขวับเลย เฮ้ย!….ไอ้แมคนี่หว่า แล้วแม่งเข้ามานั่งรอผมที่หน้าห้องตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ เห็นหน้าดุๆ ของมันแล้วหัวใจหวิวๆ อย่างน่าประหลาด อย่าบอกนะว่าผมยังรักมันอยู่
“จะไปไหน!!!” มันตะโกนเรียก
ผมวิ่งสุดฝีตีนหละครับ ไอ้เหี้ยเอ๊ยยยยย…..เมื่อก่อนด่าแต่หนังแขกว่าวิ่งหนีวิ่งไล่กันข้ามเขาเป็นลูกๆ สุดท้ายมึงก็เอากับเขามั่ง แต่ผมคงจะซวยยิ่งกว่าเพราะว่าปลายทางผมมีที่ให้หนีเพียงที่เดียว…..สุขาหญิง
แม่มึงเอ๊ยยยยย…..มีนิยายเรื่องไหนที่ทุเรศขนาดนี้วะไอ้อุ้ย
ผมวิ่งหลบเข้าห้องน้ำหญิง ไม่รู้เหมือนกันว่ากลัวมันทำไม ผมรู้มานานแล้วหละว่ามันตัวใหญ่ใจดี ไม่เคยทำร้ายผมเลยซักครั้ง……ยกเว้นเวลาเอากัน
ผมรีบลงกลอนทันที หายใจหอบแฮ่กๆ ดีที่เป็นห้องน้ำหญิงเพราะว่าสะอาดและทำความสะอาดแล้ว ถ้าเป็นห้องน้ำชายไม่ผมก็มันนั่นแหละที่จะต้องเป็นลมกันก่อน
เสียงฝีเท้ามันวิ่งตั้บๆ ตามเข้ามาติดๆ ผมแอบมองเงาที่พื้นห้องเห็นมันมาหยุดหอบที่หน้าประตู แค่เงาตีนน่ะ… แค่ผมเห็นเงาตีนมันน้ำตาผมก็ไหลแล้วจริงๆ
“อุ้ย…..ทำไมมึงไม่รับโทรศัพท์กู” มันเดินมาหอบตรงหน้าประตูแล้วถาม
ผมเงียบไม่ยอมตอบ พยายามเอามืออุดปากตัวเองกลัวว่าจะร้องไห้ออกไป
“กูโทรไปหามึง 265 สาย ส่งข้อความไปให้ถึง 35 ข้อความ”
ถึงตอนนี้ผมน้ำตาไหลจริงๆ แล้วครับ มันกลั้นยังไงก็กลั้นไม่อยู่
เสียงมันเดินไปปิดประตูห้องน้ำแล้วล็อก ก่อนจะเดินกลับมาพูดใส่ประตูห้องผม “กูเสียใจ กูบอกได้แค่นั้น กูเตือนแล้วไงว่าไม่ต้องออกมาจากห้อง แต่มึงก็ไม่เชื่อ”
มันถอนหายใจ ประตูขยับนิดหนึ่งเหมือนมันจะยันเอาไว้พักเหนื่อย “เมื่อตอนกูเข้ามาเรียนใหม่ๆ กูรักกูหลงอีนงค์จริงๆ มึงคงเข้าใจนะว่าคนเราพอมันเหงาแล้วได้อยู่ใกล้กับใครมันก็ต้องมีเผลอใจกันไปบ้าง กูเองก็ไม่เคยมีใครไอ้อุ้ย แถมยังเพิ่งมาจากบ้าน พอกูเจอมันที่อยู่ห้องใกล้ๆ กันมาคุยมาเล่นด้วยทุกวัน……….กูก็ผู้ชายคนนึงเหมือนกันไม่ใช่พระอิฐพระปูน สุดท้ายกูกับมันก็ได้กัน กว่าจะรู้ว่ามันดอกทองแค่ไหนก็..ก็หลงรักแม่งเข้าไปแล้ว…..”
ผมพยายามกลั้นเสียงสะอื้น เอามือหนึ่งขึ้นอุดปากอีกมือหนึ่งผมดันประตูเอาไว้ แม้ว่ามันจะมีประตูกั้นแต่ผมก็รู้สึกได้ว่ามือมันอยู่ที่ไหน
“อีป้าแม่งก็แอบรู้มาว่าบ้านกูมีเงิน มันเลยอยากให้หลานมันจับกูไว้ แต่ความมันดันมาแตกซะก่อนตอนที่กูไปเจอมันกับไอ้อาร์มเพื่อนกู กูก็เลยขอเลิกกับมัน”
มันค่อยๆ ทรุดตัวลงนั่งกับพื้น “จากนั้นมาแม่งก็คอยหาเรื่องกูตลอด แต่มันก็ทำอะไรมากไม่ได้ เพราะรู้ว่ากูเอาจริง กูถึงไม่ค่อยอยากเอามึงไปที่ห้องกูไง กูไม่น่าทิ้งมึงไปเลย”
ผมมองเห็นขากับมือของมัน ความรู้สึกคิดถึงยิ่งบังคับให้ผมต้องนั่งมอง แม้เป็นเพียงแค่มือและขา
“พอกูกลับไปห้องพวกเค้าก็เล่าว่ามึงมีเรื่องกับมัน พอกูไปหามึงที่บ้านมึงก็ไม่ยอมโผล่หน้าออกมาดูกู กูเฝ้าอยู่ตั้งสองวันจนตำรวจเค้าจะมาลากคอกูไปอยู่แล้ว ถ้ากูไม่รักมึงขนาดนี้กูจะทำไปทำไม”
ผมร้องไห้โฮเลยครับ หมดแรงจะยืนแล้วตอนนี้ ผมนั่งหันหลังพิงประตูตรงที่ไอ้แมคมันนั่งอยู่นั่นแหละ “แล้ว…แล้วแมค เลือกผมเพราะอะไร เพราะผมหน้าเหมือน..อีนงค์ใช่ไหม?”
เสียงมันถอนหายใจเบาๆ ก่อนที่จะตอบว่า “ใช่……. ยอมรับว่าตอนนั้นกูยังตัดใจไม่ได้.”
มันเหมือนหัวใจผมจะหยุดเต้นไปเดี๋ยวนั้น เลือดในตัวเย็นจนจะเป็นน้ำแข็ง
“…..แต่ตอนนี้มันไม่ใช่แล้ว อุ้ย กูรักมึงจริงๆ กูรู้ว่ากูมันเถื่อนแล้วก็ไม่เคยจะดีกับมึงเลยซักครั้ง กูเป็นคนพูดไม่เพราะตอแหลไม่เก่ง แต่นั่นก็คือข้อที่กูจะยืนยันกับมึงได้ว่าทุกอย่างที่กูพูดกับมึงเป็นความจริง ถ้ากูไม่รักมึงกูคงไม่ไปเฝ้ามึง ไม่โทรตื้อไม่ง้อ ไม่บากหน้ามาขอร้องเพื่อนๆ กับน้องๆ มึงถึงที่นี่หรอก มึงรู้มั้ยกูอายแค่ไหน”
น้ำเสียงตอนท้ายอุบอิบๆ บอกว่ามันอายแค่ไหน ผมแทบปล่อยก๊ากใส่ แท้ที่จริงมันก็เตี๊ยมกับพวกเพื่อนๆ ผมและน้องหญิงให้มาดักรอผมที่นี่นั่นเอง
ไอ้แมคฉวยโอกาสที่ผมนั่งใกล้ๆ ฉวยข้อมือผมไว้ผ่านทางช่องว่างใต้ประตู “อุ้ย กูเสียใจแต่กูจะไม่ขอโทษ กูบอกได้แค่นว่ามันจะไม่มีเรื่องแบบนั้นอีกแล้ว”
ผมกลั้นใจนิ่ง เขินก็เขินมัน อายก็อาย คิดถึงก็คิดถึง ไอ้บ้าอุ้ยเอ๊ย…….ตลกชิบหาย
“ถึงจะไม่เปิดประตูออกมาหากูก็ได้ กูจะไม่ขอร้องจะรอจนกว่ามึงจะหายโกรธกู” แหม….ไอ้เกรียน แล้วมึงเล่นจับมือกูเอาไว้แบบนี้เนี่ยนะกูจะลุกขึ้นเปิดยังไง
“เออ งั้นรอไปเหอะ” ผมทำเป็นแง่งอน ได้ทีกูล่ะ “จะได้รู้สำนึกซะมั่ง”
มันนิ่งเงียบไปซักพัก ก่อนจะเริ่มเสียงดัง “เอ๊ะ! กูก็อุตส่าห์มาง้อขนาดนี้แล้วมึงจะเอายังไงกับกูอีก ไอ้อุ้ย”
ชิบหายล่ะกู เลือกไปสะกิดอารมณ์แม่งเขาอีก เวร………
“……..บอกว่ารักผมคนเดียวก่อน”
“มึงว่าไงนะ!!!!!!”
“พูดว่า รัก-อุ้ย-คน-เดียว-ครับ”
“ไม่เอา ไอ้เหี้ย แสลงลิ้นกู แหวะ คลื่นไส้”
“งั้นก็ไม่ออก รอได้รอไปแล้วกัน”
ไอ้แมคเงียบไปซักครู่ ก่อนจะพูด “เออ….กูรักมึงคนเดียว”
“ไม่เอา พูดใหม่”
ผมเอง กลัวว่ามันจะหมดความอดทนโดดถีบประตูเข้ามาเหมือนกัน แต่แล้วมันก็ยอม “งั้นมึงเอาหูมาแนบใกล้ๆ กูนี่ กูไม่อยากพูดดัง”
ผมมองเห็นหน้าของมันผ่านช่องบานพับชัดๆ แม้ว่าจะเห็นเพียงแค่เสี้ยวแต่ก็รู้ได้ว่าหน้ามันแดงเถือกเลยล่ะครับ ยิ่งหนวดเคราที่ไม่ได้โกนจนรกนั่นด้วยเห็นแล้วอยากจะเข้าไปกอดจริงๆ ผมเห็นมันกระซิบ
“ผม-รัก-อุ้ย-คน-เดียว-ครับ………ออกมาได้หรือยัง”
แล้วผมก็ใจอ่อนยอมปลดกลอนให้มันแต่โดยดี
“……..หายโกรธแล้วเหรอ” มันยังคงทำหน้าแดงๆ
“หายแล้ว” ผมไม่กล้ามองหน้ามัน กลัวใจตัวเองว่าจะเผลอโดดกอดเข้าให้
“ถ้างั้นกะว่าถ้าไม่หายกูจะไปบอกเรื่องนี้กับพ่อกับแม่มึงอ่ะ”
“อ๊ะ…..พูดไม่เพราะอีกแล้ว” ผมท้วง “พูดเพราะๆ ดิ”
ไอ้แมคเอามือมายีหัวผมอีก “อุ้ย…อุ้ยอุ้ย…มึงจะเอาอะไรกับกูอีก แค่นี้กูก็ยอมมึงมามากกว่าใครแล้วนะเว้ย”
ผมยิ้มทั้งน้ำตา รู้สึกมีความสุขที่สุด สุขมากกว่าวันที่เราสวีทกันเสียอีก
“แล้วถ้าผมยังไม่ยอมยกโทษให้ล่ะ แมคจะทำยังไง”
“อืมม์” มันทำท่าคิด “กูก็พังห้องน้ำเข้าไปแล้วปล้ำมึงดีมั้ย เอาแบบหนังไทยน่ะ ล่อจนกว่ามึงจะยอมบอกว่ายกโทษให้กู”
ผมทำปากยื่น “งั้นตอนนี้ก็ยังไม่หายโกรธ เอาเด่ะ”
“ดีเลย” ไอ้แมคทำท่ากะลิ้มกะเหลี่ย “น้ำกูไม่ได้ออกมาสองวันแล้ว ขอกูคิดบัญชีทบต้นทบดอกเลยแล้วกัน!!!”
เอ๊า!!!! มารออ่านอะไรกันคร๊าบบบบบบ ผัวเมียเขาจะจู๋จี้กัน เดี๋ยวตากุ้งยิงนะ
เช้าวันรุ่งขึ้น ผมมาโรงเรียนด้วยอารมณ์เบิกบานลั้นลาสุดขีด แต่มาเจอนังจิตร กับนังเฮนั่งหน้าบูดอยู่ในห้อง
“เป็นไรไปพวกกกกกก…..แดรกขี้มาเหรอ” ผมได้ทีเอาคืน
นังจิตรใส่ก่อนเลย “อย่ามาแหล พวกกูอารมณ์ไม่ดีนะเว้ย”
“อารายวะ” ผมงง “ขี้ไม่ออกเหรอไงมาถึงก็ใส่กูเลย”
นังเฮยิ่งทำหน้าหงิกเข้าไปอีก “เออ ใช่ วันนั้นแม่งก็น้ำไม่ไหล วันนี้ยิ่งทุเรศใหญ่ อีบ้าที่ไหนไม่รู้แม่งเอาสลัดเข้าไปแดกในห้องส้วม น้ำแม่งเปรอะเต็มโถเหม็นคาวคลุ้งเลย พวกที่มาเข้าเจอเข้าก็เลยไปฟ้องครู พวกกูจะเข้าไปใช้ก็ไม่ได้ต้องรอให้นักการเค้ามาทำก่อน ซวยชิบหาย”
“ใช่ กูอั้นมาตั้งนานแล้ว แม่งโรงเรียนตั้งใหญ่มีห้องน้ำห้องเดียว จะไปเข้าห้องของอาจารย์ก็ไม่กล้า เออ….แล้วเมื่อวานนี้ผัวมาตามเจอไหมวะ”
ผมไม่รอตอบคำถามของนังสองคนนั่นหรอกว่าผมกับไอ้แมคตอนนี้เป็นยังไง รู้แค่ว่าอยากจะออกไปปล่อยก๊ากข้างนอกให้หายขำมากกว่า ก็ไอ้น้ำสลัดที่อีสองคนนั้นว่าเกิดจากฝีมือของผมกับไอ้แมคเองแหละครับ