เรื่องเสียวเกย์ ทหารไทยใส่หนุ่มใกด์เกาหลี คิมนอนตะแคงอยู่ข้างๆ ทศในห้องพักที่เงียบลง หลังจากเสียงหัวเราะและการคุยกันยาวนานค่อยๆ จางหายไป เบียร์เกาหลีหลายกระป๋องที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียงยังเย็นอยู่บ้าง แต่บรรยากาศในห้องกลับอุ่นขึ้นเรื่อยๆ จากทั้งแอลกอฮอล์และการมีผู้ชายสองคนอยู่ใกล้กันเกินกว่าจะทำเป็นไม่รู้สึกอะไร
ทศหลับตาไปแล้ว ลมหายใจสม่ำเสมอแบบคนที่เริ่มเมาและผ่อนคลายเต็มที่ เสื้อยืดที่เขาใส่ขยับขึ้นลงตามจังหวะหายใจช้าๆ ส่วนกางเกงบ็อกเซอร์สีเทาที่แนบกับตัวก็ยิ่งทำให้รูปร่างของเขาดูเด่นขึ้นในสายตาคิมจนแทบละออกไม่ได้
คิมนอนนิ่งอยู่แบบนั้น แต่ในหัวกลับไม่ได้นิ่งเลย เขาไม่ได้คิดถึงวิวกลางวัน ไม่ได้คิดถึงโปรแกรมทัวร์พรุ่งนี้หรือเรื่องงานที่ต้องทำ มีแต่ภาพของผู้ชายตรงหน้าที่วนอยู่เต็มไปหมด
ตั้งแต่ตอนแรกที่เจอกัน ทศเดินลงจากรถด้วยท่าทางสบายๆ แต่กลับดึงสายตาคนทั้งกลุ่มไปทันที ความสูง ไหล่กว้าง สีผิวเข้มแบบผู้ชายไทย หน้าตาที่คมแต่ยิ้มแล้วดูอบอุ่น มันเป็นเสน่ห์แบบที่คิมไม่ค่อยเจอบ่อยนัก และยิ่งได้ใกล้ ได้คุย ได้เห็นมุมที่เป็นธรรมชาติขึ้นเรื่อยๆ เขาก็ยิ่งรู้ว่าตัวเองชอบมากกว่าที่คิดไว้ตอนแรก
คืนนี้ยิ่งหนักเข้าไปอีก เพราะการได้นั่งอยู่ในห้องเดียวกัน ดื่มด้วยกัน ฟังทศเล่าเรื่องชีวิตทหารด้วยน้ำเสียงทุ้มๆ แบบไม่ต้องพยายามสร้างเสน่ห์อะไรเลย มันยิ่งทำให้คิมหลงเขาแบบไม่มีทางถอยกลับง่ายๆ แล้วตอนนี้ผู้ชายคนนั้นก็นอนอยู่ห่างจากเขาไม่ถึงช่วงแขนเดียว
คิมหันไปมองอีกครั้ง เห็นใบหน้าทศตอนหลับที่ดูผ่อนคลายกว่าตอนกลางวันมาก ไม่มีความนิ่งแบบนายทหาร ไม่มีความเข้มแบบตอนยืนตัวตรง มีแค่ผู้ชายคนหนึ่งที่ดูน่าเข้าใกล้จนเกินไป คิมยิ้มออกมาเบาๆ กับตัวเอง แล้วขยับเข้าไปใกล้อีกนิดอย่างไม่รู้ตัว
ทศขยับตัวเล็กน้อยเหมือนคนที่รับรู้ถึงการเคลื่อนไหวข้างๆ ก่อนจะพลิกมาทางคิมโดยไม่ลืมตา แขนข้างหนึ่งพาดมาบนตัวเขาแบบคนเมาที่หาหมอนข้างตามสัญชาตญาณ แต่สำหรับคิมมันไม่ใช่แค่นั้นเลย แรงของแขนทศที่ทิ้งลงมาบนตัวเขา ความอบอุ่นจากร่างกายที่เข้ามาใกล้ และกลิ่นสบู่อ่อนๆ ที่ติดอยู่ตามตัว ทำให้หัวใจเขาเต้นแรงขึ้นทันทีจนแทบกลัวว่าคนข้างๆ จะได้ยิน
คิมไม่กล้าขยับหนี เขากลับนิ่งอยู่แบบนั้น ปล่อยให้ทศกอดไว้โดยไม่รู้ตัว แล้วค่อยๆ หันหน้าไปมองใกล้ๆ อีกครั้ง ระยะมันใกล้จนเขาเห็นแม้กระทั่งลมหายใจที่ผ่านริมฝีปากของอีกฝ่าย เขารู้ดีว่าถอยตอนนี้ก็ยังทัน แต่เขาก็รู้เหมือนกันว่าตัวเองไม่อยากถอยเลย
“คุณทศ…” คิมพูดเบาๆ แทบเป็นเสียงกระซิบ ทั้งที่รู้ว่าอีกฝ่ายคงไม่ได้ยิน
ทศขยับตัวอีกนิด คิ้วขมวดเหมือนคนละเมอ แล้วกอดแน่นขึ้นเพียงเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว
คิมหลับตาลงชั่วครู่เหมือนพยายามรวบรวมสติ แต่สุดท้ายก็ทำได้แค่ยอมรับว่าความรู้สึกตัวเองมันไปไกลเกินกว่าจะกลับมาเป็นแค่ไกด์กับลูกทัวร์แล้ว เขาไม่ได้อยากดูแลทศเพราะหน้าที่ เขาอยากอยู่ใกล้ อยากเป็นคนที่ผู้ชายคนนี้นึกถึงหลังจบทริป อยากให้ค่ำคืนนี้ยาวนานกว่านี้อีกนิด
เขาเลยขยับเข้าไปอีกนิดอย่างช้าๆ จนหน้าผากแทบแตะกัน แล้วนอนนิ่งอยู่แบบนั้น ปล่อยให้ความเงียบของกลางคืนห่อคลุมคนสองคนที่ต่างสถานะ ต่างภาษา แต่กลับเข้าใจกันผ่านการมีอยู่ของกันและกันอย่างประหลาด
คืนนั้นไม่มีคำพูดหวือหวา ไม่มีอะไรเกินเลยไปกว่าความใกล้ชิดเงียบๆ แต่สำหรับคิมมันเป็นคืนที่เขารู้แน่แล้วว่า พรุ่งนี้เช้าเขาจะไม่ได้มองทศเหมือนเดิมอีกต่อไป และถ้าหัวใจมันเลือกไปแล้ว เขาก็คงหยุดตัวเองไม่ไหวแล้วจริงๆ
เช้าวันต่อมา คิมตื่นก่อนตามนิสัยคนทำงานที่ชินกับการเริ่มวันเร็ว เขาลืมตาขึ้นมาแล้วก็ต้องหยุดนิ่งไปชั่วครู่เมื่อเห็นว่าทศยังหลับอยู่ข้างๆ ในท่าที่ดูผ่อนคลายมากกว่าทุกช่วงเวลาที่เขาเคยเห็น เมื่อคืนแขนข้างหนึ่งวางอยู่เหนือศีรษะ ผ้าห่มเลื่อนลงไปถึงช่วงเอว เสื้อยืดที่ใส่นอนย่นขึ้นเล็กน้อยจนเห็นแนวกล้ามท้องชัด พอให้สายตาหยุดค้างอยู่ตรงนั้นนานกว่าที่ควร
คิมนอนนิ่งๆ ไม่อยากรบกวนอีกฝ่าย แต่ยิ่งพยายามไม่มอง สายตากลับยิ่งไล่ไปตามรายละเอียดของผู้ชายตรงหน้าเองโดยไม่ต้องสั่ง ตั้งแต่ไหล่กว้างที่ดูแข็งแรงตามแบบคนฝึกวินัยร่างกายมานาน หน้าอกที่แน่นอยู่ใต้เสื้อบางๆ ไปจนถึงช่วงล่างที่ถูกกางเกงบ็อกเซอร์สีเทาหุ้มไว้พอดีตัว
ตรงนั้นเป็นจุดที่ดึงสายตาอยู่ซ้ำๆ แบบปฏิเสธไม่ได้
มันไม่ได้เปิดเผยอะไรเกินเลย แต่กลับยิ่งชวนให้มองเพราะความแนบพอดีของเนื้อผ้า รูปทรงที่เห็นผ่านเงาและเส้นโค้งของกางเกง ทำให้รู้สึกถึงความแข็งแรงแบบผู้ชายเต็มตัวอย่างชัดเจน มันเป็นภาพธรรมดาของคนที่กำลังนอนพัก แต่สำหรับคิมมันกลับทำให้หัวใจเต้นแรงอย่างน่าหงุดหงิด เขารู้สึกเหมือนตัวเองเสียมารยาทที่มองนานเกินไป แต่ก็ละสายตาไม่ลงอยู่ดี
เขาพลิกตัวนอนหงาย พยายามมองเพดานเพื่อเรียกสติกลับมา แต่ไม่กี่วินาทีต่อมาก็หันกลับไปมองอีกครั้งเหมือนเดิม แล้วก็เผลอยิ้มกับตัวเองเบาๆ เพราะไม่คิดเลยว่าผู้ชายคนหนึ่งจะทำให้เขาเสียอาการได้มากขนาดนี้ แค่เห็นทศในชุดนอนธรรมดา แค่เห็นรูปร่างที่ไม่ได้ตั้งใจอวดอะไร ก็เพียงพอจะทำให้คิมรู้สึกหลงใหลจนคิดอะไรไม่ออกแล้ว
ไม่นานทศก็ขยับตัวช้าๆ ก่อนจะลืมตาขึ้นมาแบบคนเพิ่งตื่น เขาหันมาเห็นคิมที่นอนมองอยู่พอดี แล้วหัวเราะเบาๆ
“ตื่นนานแล้วเหรอ”
คิมสะดุ้งเล็กน้อยเหมือนโดนจับได้ แต่ก็พยายามทำเสียงให้ปกติที่สุด
“เพิ่งตื่นครับ”
ทศพยักหน้า ลุกขึ้นนั่งช้าๆ แล้วบิดตัวคลายเมื่อย ท่าทางธรรมดานั้นกลับทำให้เสื้อยืดแนบไปกับลำตัวมากขึ้นอีก จนคิมต้องรีบหันไปหยิบน้ำบนโต๊ะมาดื่มกลบเกลื่อนตัวเอง
“วันนี้ไปไหนต่อดี” ทศถามพลางจัดเสื้อให้เข้าที่
คิมหันกลับมายิ้มเหมือนคนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งที่ในใจยังไม่สงบเลยแม้แต่น้อย
“ไปไหนก็ได้ครับ…ถ้าคุณทศไปด้วย”
ทศหัวเราะกับคำตอบนั้นโดยไม่ได้คิดอะไร แต่คิมรู้ดีว่า ตั้งแต่เช้านี้เป็นต้นไป เขาคงหลบความรู้สึกตัวเองไม่พ้นแล้วจริงๆ เพราะแค่การได้อยู่ใกล้ ได้มอง ได้เห็นผู้ชายคนนี้ในมุมธรรมดาๆ ก็ทำให้ทั้งวันของเขาเปลี่ยนไปหมดแล้ว
ทศเริ่มรู้ตัวตั้งแต่วันที่สองของทริปว่าสายตาของคิมมันไม่เหมือนสายตาของไกด์ที่ดูแลลูกทัวร์ทั่วไป มันไม่ใช่การมองเพื่อเช็กความเรียบร้อย ไม่ใช่การมองแบบคนทำงานที่ต้องคอยสังเกตว่าลูกค้าขาดเหลืออะไร แต่เป็นการมองที่เหมือนกำลังสนใจตัวเขาจริงๆ สนใจทุกการขยับ ทุกคำพูด ทุกอารมณ์ แม้แต่เวลาที่ทศยืนเงียบๆ ไม่ได้พูดอะไร คิมก็ยังมองเหมือนกำลังอ่านอะไรบางอย่างจากสีหน้าของเขาอยู่ตลอด
ตอนแรกทศคิดไปเอง เขาเป็นผู้ชายที่มีคนมองบ่อยอยู่แล้ว ด้วยหน้าตา รูปร่างและบุคลิกที่ติดมาจากการเป็นทหาร เขาชินกับการถูกสนใจ ชินกับสายตาของผู้หญิงตามที่ต่างๆ จนแทบไม่รู้สึกอะไร แต่สายตาของคิมมันต่างออกไป มันไม่ได้เร่งเร้า ไม่ได้แสดงออกเกินงาม มันกลับนุ่มนวลกว่า และนั่นแหละที่ทำให้ทศเริ่มรู้สึกถึงมันชัดขึ้นทุกวัน
คิมจะอยู่ใกล้เขาเสมอแบบแนบเนียน เวลาขึ้นรถบัส คิมจะกันที่นั่งริมหน้าต่างไว้ให้แล้วบอกว่าตรงนี้วิวสวย เวลากินข้าว ถ้าทศเผลอบอกว่าอยากลองอะไร คิมจะเดินไปสั่งมาให้ก่อนที่เขาจะพูดจบด้วยซ้ำ เวลาทศเดินช้ากว่ากลุ่มนิดเดียว คิมจะหันกลับมารอโดยไม่ให้รู้สึกว่าถูกเร่ง ทุกอย่างดูเล็กน้อยจนเหมือนไม่มีอะไร แต่เมื่อเกิดซ้ำหลายครั้งมันก็ทำให้ทศเริ่มรับรู้ว่าตัวเองกำลังถูกใส่ใจในแบบที่มากกว่าหน้าที่
มีอยู่วันหนึ่งอากาศหนาวกว่าที่คิด ลมแรงจนหลายคนบ่นกันทั้งกลุ่ม ทศใส่แค่แจ็กเก็ตบางๆ เพราะคิดว่าเอาอยู่ แต่พอเดินไปได้สักพัก มือก็เริ่มเย็นจนชา คิมเห็นเพียงแวบเดียวก็ถอดถุงมือของตัวเองมายื่นให้ทันที
“ใส่ก่อนครับ เดี๋ยวมือแข็ง”
ทศบอกปัดตามมารยาทว่าไม่เป็นไร แต่คิมกลับจับมือเขาขึ้นมาอย่างเป็นธรรมชาติแล้วสวมถุงมือให้ทีละข้าง สีหน้าคิมตอนนั้นไม่ได้ล้อเล่น ไม่ได้เขิน ไม่ได้คิดว่ามันเป็นเรื่องใหญ่ มันเป็นเรื่องปกติที่จะดูแลเขาแบบนั้น
แต่สำหรับทศมันไม่ปกติเลย
เขายืนมองคิมอยู่ครู่หนึ่งแล้วรู้สึกแปลกอย่างบอกไม่ถูก เพราะตลอดชีวิตที่ผ่านมามีแต่ผู้หญิงที่ทำท่าทีแบบนี้กับเขา คอยห่วง คอยถาม คอยใส่ใจเรื่องเล็กๆ ที่เขาเองมักไม่สนใจ แต่ตอนนี้คนที่ทำสิ่งเดียวกันกลับเป็นผู้ชายคนหนึ่ง และที่น่าประหลาดกว่านั้นคือ เขาไม่ได้รู้สึกอึดอัดเลยแม้แต่น้อย
คืนนั้นตอนกลับถึงโรงแรม ทศนั่งคิดอยู่คนเดียวนานกว่าปกติ เขามีแฟน เขาชอบผู้หญิงมาตลอด ไม่เคยลังเลเรื่องตัวเองเลยสักครั้ง ชีวิตเขาตรงไปตรงมาเสมอ ชอบก็คือชอบ ไม่ชอบก็คือไม่ชอบ แต่คิมทำให้ความชัดเจนแบบนั้นเริ่มสั่นคลอนอย่างประหลาด
เพราะสิ่งที่เขารู้สึกมันไม่ใช่เรื่องเพศเลยด้วยซ้ำ
มันเป็นความรู้สึกที่มีคนหนึ่งคอยมองเห็นเขา คอยสนใจเขาในรายละเอียดที่คนอื่นมองข้าม และทำให้เขารู้สึกว่าการอยู่ตรงนั้นของเขามีความหมายกับใครบางคนจริงๆ
วันต่อมากลุ่มทัวร์ไปตลาดพื้นเมือง คนเยอะ เสียงดัง และเดินเบียดกันตลอด ทศเผลอเดินหลุดจากกลุ่มไปนิดเดียวเพราะมัวดูของ พอหันกลับมา คิมก็ยืนอยู่ข้างหลังแล้ว
“ผมหาอยู่ครับ นึกว่าหายไปไหน”
พูดจบก็ดึงแขนเขาเบาๆ ให้เดินกลับเข้ากลุ่มเหมือนกลัวหลงอีก
สัมผัสนั้นสั้นมาก แต่ทศกลับรู้สึกถึงมันนานกว่าที่ควร
เขาหันไปมองคิม คนตรงหน้าก็ยังพูดคุยกับลูกทัวร์คนอื่น ยิ้มง่ายเหมือนเดิม ทำหน้าที่ของตัวเองเหมือนเดิม แต่ทศเริ่มรู้แล้วว่า สิ่งที่คิมมีให้เขามันไม่เหมือนที่มีให้คนอื่นเลย
และยิ่งรู้แบบนั้น เขาก็ยิ่งเผลอรอคอยสายตาคู่นั้นโดยไม่รู้ตัว
ทศนั่งอยู่บนรถระหว่างเดินทางไปจุดหมายต่อไป มองวิวข้างนอกแต่ใจกลับไม่อยู่กับวิวเลย เขาคิดซ้ำๆ ว่าทำไมผู้ชายคนหนึ่งถึงทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังถูกจีบแบบที่ผู้หญิงเคยทำ และทำไมเขาถึงไม่ได้รำคาญมันแม้แต่นิดเดียว
ตรงกันข้าม เขากลับรู้สึกดีด้วยซ้ำ
แล้วความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นมาแบบไม่ทันตั้งตัว
หรือจริงๆ แล้ว…ไม่ใช่ว่าคิมเหมือนผู้หญิงคนหนึ่ง
แต่เป็นเพราะคิมเป็นคิมต่างหาก
และนั่นแหละที่ทำให้เขาหวั่นไหวมากที่สุด
คืนนั้นคิมแวะมาที่ห้องตามปกติ พร้อมเบียร์เกาหลีสองสามกระป๋องเหมือนหลายคืนที่ผ่านมา แต่บรรยากาศมันไม่เหมือนเดิมตั้งแต่แรก เพราะตั้งแต่ทั้งวันสายตาของทศมันเปลี่ยนไป เขาไม่ได้มองคิมแบบลูกทัวร์มองไกด์อีกแล้ว มันเหมือนกำลังมองคนคนหนึ่งที่อยากรู้ให้มากขึ้น อยากเข้าใจให้ชัดขึ้นว่าที่ผ่านมาอะไรคือเรื่องจริง อะไรคือสิ่งที่เขารู้สึกไปเอง
ทศเปิดประตูให้ในชุดนอนสบายๆ เสื้อยืดพอดีตัวกับกางเกงบ็อกเซอร์สีเทาที่ใส่แบบคนไม่ได้คิดอะไร แต่ยิ่งไม่คิดอะไร มันยิ่งทำให้ความเป็นธรรมชาติของเขาดูมีเสน่ห์มากขึ้น
คิมพยายามทำตัวปกติ วางเบียร์ เปิดกระป๋อง แล้วยื่นให้เหมือนทุกคืน แต่หัวใจกลับเต้นแรงกว่าทุกครั้ง เพราะเขารู้สึกว่าคืนนี้จะไม่เหมือนเดิมแน่ๆ
ทั้งคู่คุยกันเรื่อยเปื่อย เรื่องสถานที่ที่ไปมา เรื่องอาหาร เรื่องชีวิตทหาร เรื่องวัยเด็กของคิม แล้วก็หัวเราะกันเป็นช่วงๆ จนเบียร์หมดไปหลายกระป๋อง ทศเริ่มหน้าแดงนิดๆ น้ำเสียงช้าลง และเอนตัวพิงหัวเตียงอย่างคนเริ่มมึนแต่ยังรู้สึกดี
อยู่ๆ เขาก็หันมามองคิมตรงๆ แล้วถามออกมาแบบไม่อ้อมค้อมเลย
“คิม…คิดอะไรกับผมหรือเปล่า”
คิมนิ่งไปทันที แก้มร้อนขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่ เขาไม่คิดเลยว่าทศจะถามตรงขนาดนี้ และยิ่งไม่คิดว่าตัวเองจะถูกอ่านออกง่ายขนาดนั้น
“รู้ได้ไงครับ” คิมถามกลับเบาๆ
ทศหัวเราะในลำคอเล็กน้อยก่อนจะตอบแบบคนที่ดูออกมานานแล้ว
“ก็สังเกตจากสายตาไง ชอบแอบมองผม แล้วก็…”
เขาก้มมองตัวเองแวบหนึ่งก่อนใช้นิ้วแตะลงไปที่ช่วงหน้ากางเกงแบบขำๆ
“มองตรงนี้บ่อยด้วย”
คิมกลืนน้ำลายอย่างคนจนมุม จะปฏิเสธก็โกหกเกินไป จะเล่นตลกก็ไม่ไหวแล้ว เขาเลยเลือกพูดความจริงออกมาเป็นครั้งแรก
“ครับ…ผมชอบคุณตั้งแต่วันแรกที่เจอ”
ห้องทั้งห้องเงียบลงทันทีหลังประโยคนั้น ไม่มีเสียงอะไรนอกจากแอร์เบาๆ และลมหายใจของคนสองคนที่ต่างก็รู้ว่ากำลังยืนอยู่ตรงหน้าความจริงแล้ว
ทศมองคิมอยู่นาน สีหน้าไม่ได้ตกใจ ไม่ได้รังเกียจ ไม่ได้ถอย เขากลับขยับเข้ามาใกล้ช้าๆ แล้วโน้มตัวลงไปแตะจูบเบาๆ ที่หน้าผากของคิม เหมือนปลอบ เหมือนขอบคุณ หรืออาจเป็นทั้งสองอย่างพร้อมกัน
คิมเงยหน้าขึ้นมองเขา ใจเต้นแรงจนแทบพูดไม่ออก ส่วนทศเองก็มองกลับด้วยสายตาที่อ่อนลงกว่าที่เคยเห็นทุกครั้ง
หลังจากนั้นไม่ต้องมีคำพูดอะไรอีก ระยะห่างค่อยๆ หายไปเองอย่างเป็นธรรมชาติ อ้อมแขนของทศดึงคิมเข้าไปใกล้ ความอบอุ่นของร่างกายและแรงกอดที่หนักแน่นแบบผู้ชายทำให้คิมแทบหมดแรงยืนอยู่ตรงนั้น เขารู้สึกได้ถึงความมั่นคง ความจริงใจ และความต้องการที่ไม่จำเป็นต้องอธิบายด้วยคำไหนเลย
จูบครั้งนั้นยาวนานกว่าที่คิมเคยจินตนาการไว้ มันไม่ได้เร่งรีบ แต่มันลึกซึ้ง เหมือนคนสองคนกำลังเปิดประตูบางบานให้กันอย่างช้าๆ และเต็มใจ
คืนนั้นความใกล้ชิดเดินต่อไปไกลกว่าคำว่าจูบ ทั้งสองคนปล่อยให้ความรู้สึกนำทางโดยไม่ย้อนถามตัวเองอีก ทศซึ่งไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะมีวันหนึ่งได้อยู่ในอ้อมแขนของผู้ชาย กลับรู้สึกสบายใจอย่างประหลาด ส่วนคิมก็ได้รับทุกอย่างที่เฝ้าฝันไว้จากผู้ชายคนนี้ ทั้งความอบอุ่น ความหนักแน่น และความอ่อนโยนในเวลาเดียวกัน
เมื่อทุกอย่างสงบลง คิมนอนซบอยู่ข้างทศอย่างเงียบๆ ทศลูบผมเขาเบาๆ แล้วพูดขึ้นมาด้วยเสียงแหบต่ำของคนเพิ่งผ่านคืนที่ไม่ธรรมดา
“ไม่คิดเลย…ว่าจะรู้สึกดีขนาดนี้”
คิมยิ้ม หลับตาลงช้าๆ แล้วขยับเข้าไปใกล้อีกนิด
สำหรับเขาคืนนั้นไม่ใช่แค่คืนแรกของความรัก แต่มันคือคืนที่หัวใจทั้งสองคนเลือกกันแล้วจริงๆ