เรื่องเสียวเกย์ โรงเรียนประจำชายล้วนโรงเรียนนี้ขึ้นชื่อเรื่องกฎระเบียบที่เคร่งครัดสุดๆ ทุกอย่างต้องเป็นระเบียบเรียบร้อย ตั้งแต่การตื่นนอน การเรียน การกิน การนอน ไปจนถึงกิจกรรมยามว่างไม่มีช่องว่างให้หลุดลอดแม้แต่น้อย แต่ในขณะเดียวกัน มันก็เป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยวัยรุ่นหนุ่มสาวที่กำลังแตกเนื้อหนุ่มเนื้อสาว
ความต้องการทางเพศที่พุ่งพล่านนั้นย่อมต้องหาทางระบายออกมาไม่ว่าจะกฎระเบียบเข้มงวดแค่ไหนก็ตามมันเหมือนกับกฎธรรมชาติที่ไม่อาจฝืนได้ยิ่งกดดันมากเท่าไหร่ ความเก็บกดก็ยิ่งสะสมจนในที่สุด มันก็ต้องระเบิดออกมาในรูปแบบต่างๆ ที่ซ่อนเร้นจากสายตาของครูอาจารย์ ผมจำได้ดีถึงบรรยากาศในหอพักยามค่ำคืนเสียงฝีเท้าเบาๆ ในทางเดินมืดๆ เสียงกระซิบกระซาบที่ดังขึ้นเป็นพักๆ และกลิ่นอายของความลึกลับที่คละคลุ้งไปทั่วมันไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรสำหรับโรงเรียนประจำแบบนี้
นักเรียนใหม่ๆ ที่เพิ่งเข้ามา โดยเฉพาะคนที่มีลักษณะอ้อนแอ้น ออกสาวๆ หน้าขาวนวล ตัวเล็กบางมักจะตกเป็นเป้าหมายของรุ่นพี่เล่นเสมอ แต่คำว่า “เล่น” ในที่นี้ ไม่ใช่การกลั่นแกล้งหรือรังแกกันแบบเด็กๆ นะ มันหมายถึงการใช้เป็นที่ระบายอารมณ์ทางเพศต่างหากแต่ทุกอย่างต้องเกิดขึ้นด้วยความยินยอมทั้งสองฝ่ายเพราะถ้ามีการข่มขู่ บังคับ หรือกลายเป็นเรื่องใหญ่โตขึ้นมา โรงเรียนจะไม่ยอมความเด็ดขาด อาจถึงขั้นไล่ออกหรือเรียกผู้ปกครองมารับทราบความผิด แต่ที่ผ่านๆ มา มันไม่เคยเป็นเรื่องเพราะเด็กพวกนี้ส่วนใหญ่แล้ว ร้อยทั้งร้อยยินยอมเต็มใจบางคนถึงขั้นเป็นฝ่ายริเริ่มเสียด้วยซ้ำ พวกเขาอาจแอบ “ล่า” รุ่นพี่ที่ถูกใจ ด้วยการทำทีเป็นขอคำปรึกษาเรื่องเรียน หรือหาโอกาสเข้าใกล้แต่ทุกอย่างต้องทำอย่างลับๆ ล่อๆ ไม่ให้ประเจิดประเจ้อถ้าทางโรงเรียนรู้เข้า ทุกคนต้องเดือดร้อนแน่นอน
ผมเองก็เป็นหนึ่งในนั้นตอนนั้นผมอายุราวๆ 15-16 ปี กำลังอยู่ในวัยที่ฮอร์โมนพลุ่งพล่านความอยากรู้อยากลองเรื่องเพศมันแรงกล้ามาก ผมเคยได้ยินเรื่องราวพวกนี้จากเพื่อนๆ ในหอบางคนแอบเล่าให้ฟังแบบกระซิบกระซาบด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นปนเขินอาย เพื่อนคนหนึ่งที่สนิทกันมาก เคยผ่านประสบการณ์ “รับใช้” รุ่นพี่มาแล้วมันบอกผมว่าพวกรุ่นพี่ปีสุดท้ายหลายคนไม่อยากเสี่ยงให้เกิดเรื่องเพราะใกล้จะจบแล้วถ้ารุ่นน้องสนใจใคร ก็ให้ทำทีเป็นไปขอคำแนะนำเรื่องเรียนแล้วรุ่นพี่จะรู้เองและชี้ทางให้คำพูดของมันเหมือนเปิดประตูสวรรค์ให้ผมเลยเพราะในโรงเรียนมีรุ่นพี่ชายแท้หล่อๆ หุ่นดีๆ เยอะแยะ บางคนเดินผ่าน เป้ากางเกงตุงแน่น จนผมอดมองไม่ได้ แต่ผมไม่กล้าเข้าใกล้เพราะกลัวผิดพลาดกลัวถูกปฏิเสธ หรือแย่กว่านั้น กลัวถูกจับได้มันเลยทำให้ผมแอบสังเกตการณ์มาได้พักใหญ่แล้ว
เพื่อนๆ ในหอบอกว่ากิจกรรมพวกนี้มักเกิดขึ้นตอนกลางคืน ดึกๆ ดื่นๆ บางทีตีสองตีสาม เพื่อนๆ มันยังไม่ยอมหลับยอมนอน บรรยากาศในหอมันเต็มไปด้วยความลึกลับ ผมเคยตื่นขึ้นมากลางดึกแล้วเห็นเพื่อนบางคนหายตัวไปจากเตียงพอเช้ามาก็กลับมานอนแบบเงียบๆ หน้าตาแดงเรื่อๆ เหมือนไม่ได้นอนทั้งคืน ผมถามมันทีเล่นๆ มันก็ยิ้มๆ แล้วบอกว่า “อย่าถามเยอะ เดี๋ยวรู้เอง” ความอยากรู้มันยิ่งพุ่งขึ้น ผมเริ่มวางแผนในใจว่าจะลองเสี่ยงดูสักครั้ง
รุ่นพี่คนที่ผมเล็งไว้ เขาเป็นรุ่นพี่ปีสุดท้ายหุ่นนักกีฬา สูงโปร่ง ผิวแทนๆ จากการเล่นกีฬาหน้าตาคมเข้ม แต่ดูขรึมๆ ไม่ค่อยสุงสิงกับใครโดยเฉพาะรุ่นน้อง ผมเห็นเขาบ่อยๆ ที่สนามฟุตบอลหลังเลิกเรียน เขามักเล่นบอลกับเพื่อนๆ ร่วมห้องวิ่งไล่บอลกันอย่างสนุกสนาน เสียงตะโกนดังลั่นสนามแต่พอเล่นเสร็จ เขาก็มักเดินกลับคนเดียวผมเลยแอบไปด้อมๆ มองๆ ที่สนามบ่อยๆ ใจจริงอยากเข้าไปคุย แต่กลัวไม่กล้ากลัวเขาจะรู้ทัน กลัวถูกมองแปลกๆ ผมยืนซ่อนตัวหลังต้นไม้ มองดูเขาวิ่งดูเหงื่อไหลอาบตัว ดูกล้ามเนื้อที่เกร็งแน่นใต้เสื้อกีฬาและแน่นอน มองเป้ากางเกงที่ตุงเด่นชัดตอนเขาวิ่งมันทำให้ผมใจเต้นแรง หน้าแดงร้อนผ่าวผมรู้สึกตื่นเต้นปนหวาดกลัวแต่ก็อดใจไม่ไหวที่จะไปที่นั่นบ่อยๆ
จนกระทั่งวันหนึ่ง โอกาสทองมาถึงเขาเล่นบอลเสร็จแล้วเดินออกจากสนามคนเดียวผมหัวใจเต้นตึกตัก รีบเดินตามไปแบบไม่ให้เขาสังเกตแต่พอเข้าใกล้ ผมก็หยุดชะงัก กลัวเกินไปที่จะทักก่อนสุดท้าย พี่เขาหันมามอง เห็นผมยืนอ้ำอึ้ง เขายิ้มน้อยๆ แล้วถามว่า “มีอะไรเหรอ น้อง?” เสียงเขาทุ้มต่ำนุ่มๆ แต่หนักแน่น ผมรีบตอบแบบตะกุกตะกัก “เอ่อ…พี่ครับ เล่นฟุตบอลยากไหมครับ?” แต่สายตาผมไม่ได้มองหน้าพี่เขาเลย มันเลื่อนลงไปมองตรงเป้ากางเกง มองตรงนั้นชัดๆ แบบเปิดเผยไปเลยไม่อยากปกปิด ผมอยากให้เขารู้ว่าผมไม่ได้สนใจฟุตบอลจริงๆ ไม้ได้อยากฟังเขาอธิบายเรื่องฟุตบอล ผมอยากให้เขารู้จุดประสงค์ของผมชัดๆ ไปเลย พี่เขายิ้มนิดหนึ่งเหมือนรู้ทันทุกอย่างบอกผมเบาๆ ว่า “คืนนี้เที่ยงคืน ไปรอที่ศาลาหลังตึกนะ” แล้วเดินจากไป ผมยืนอึ้งอยู่ตรงนั้นหัวใจเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกจากอกดีใจสุดๆ ไม่คิดว่าจะเป็นจริงได้ง่ายขนาดนี้ มือผมสั่น หน้าแดงร้อน ผมรีบวิ่งกลับหอใจลอยไปถึงคืนนี้แล้ว
คืนนั้น ผมแทบนอนไม่หลับ นาฬิกาเดินช้าจนน่าโมโหพอใกล้เที่ยงคืน ผมลุกขึ้นจากเตียงอย่างเงียบๆ สวมเสื้อคลุมทับชุดนอน แล้วแอบย่องออกจากหอใจเต้นระรัว กลัวเพื่อนตื่น กลัวครูเวรตรวจพบศาลาหลังตึกมืดสนิท มีแค่แสงจันทร์สลัวๆ ส่องลงมา เขามาถึงตรงเวลา แต่งตัวสบายๆ กางเกงบอลหลวมๆ เสื้อยืดแขนสั้น ผมเห็นกล้ามแขนเขาเด่นชัด เขาพยักหน้าให้ผมแล้วพาผมเดินไปยังห้องเก่าๆ ห้องหนึ่งที่อยู่ด้านหลังตึก มันเป็นห้องเก็บของเก่า มืดมิด มีกลิ่นอับชื้นคละคลุ้ง แต่พอเข้าไป ผมเห็นเพื่อนของเขากำลังยืนอยู่กับเด็กคนหนึ่งที่ผมไม่รู้จัก เด็กคนนั้นคุกเข่าลงตรงหน้าเพื่อนเขา กำลัง… ดูดควยให้เขาอย่างเพลิดเพลิน เสียงสูดปากครางเบาๆ ดังขึ้นเป็นพักๆ
ผมเองก็ตื่นเต้นสุดๆ เขาพาผมไปที่มุมห้องมืดๆ แล้วบอกเสียงเบาๆ “กูให้มึงดูดอย่างเดียวเท่านั้นนะ ไม่เย็ดด้วย ถ้ามึงโอเคก็ทำถ้าไม่ก็ไม่เป็นไร กูชักว่าวเองทุกคืนอยู่แล้ว” คำพูดเขาเรียบๆ แต่ทำให้ผมรู้สึกโล่งใจ เขาไม่บังคับ ไม่ข่มขู่ผมรีบพยักหน้าตกลงทันที มือสั่นขณะที่ดึงกางเกงพี่เขาลง ตอนที่ผมคุกเข่าลงตรงหน้าควยใหญ่ของพี่เขาชี้แข็งโด่เด่ตรงหน้า ลำใหญ่ ยาว กลิ่นคาวผู้ชายลอยคลุ้ง ผมรู้สึกเสียวซ่านไปทั้งตัว ปากสั่น ขณะที่อ้าปากอมควยเข้าไป พี่เขาไม่มองผมเลย ยืนนิ่งๆ มีแค่สูดปากเบาๆ สองสามครั้ง แล้วเด้งเอวใส่ปากผมเบาๆ พอน้ำแตก เขาแช่ค้างไว้ในปากผม บอกให้กลืนจนหมด ผมทำตามทุกอย่าง รสชาติขมๆ คาวๆ มันทำให้ผมรู้สึกอิ่มเอมอย่างประหลาด แล้วเขาก็ดึงกางเกงขึ้นเดินออกไปแบบไม่พูดอะไร ผมยืนงงๆ อยู่ตรงนั้น รสสัมผัสน้ำกามยังติดคากรุ่นอยู่ในปากใจเต้นแรงด้วยความตื่นเต้นและความสุข
หลังจากนั้น มันกลายเป็นกิจวัตรลับๆ ของเรา ช่วงหลังๆ พี่เขาเปลี่ยนจากยืนให้ดูด มาเป็นนอนราบบนพื้นเก่าๆ ในห้องนั้น มือทั้งสองประสานไว้ที่ท้ายทอย ถ่างขาอ้ากว้าง ปล่อยให้ผมทำทุกอย่าง เลีย ดูด อม ชัก ได้ตามใจ ผมรู้สึกเหมือนเป็นทาสของเขา แต่ก็เต็มใจสุดๆ ทุกครั้งหลังน้ำแตก เขาจะรอนิ่งๆ จนผมถอนปากออก แล้วถึงลุกขึ้นใส่กางเกง บางครั้งรอเพื่อนกลับด้วยกันบางครั้งก็ไปก่อน เขาจะนัดผมล่วงหน้าเสมอ บอกวันเวลาไว้เรียบร้อย ประมาณสามสี่วันครั้ง ห้ามผมไปดักรอที่สนามอีก ให้มาที่ห้องนี้เลย ผมทำตามทุกอย่าง ไม่เคยขัด ตลอดทั้งปีและผมไม่เคยไปทำให้ใครอื่นตลอดทั้งปี
จนพี่เขาเรียนจบ ผมดูดให้เขาอย่างเดียวไม่เคยมีอะไรมากกว่านั้น มันเหมือนความสัมพันธ์ลับๆที่ไม่มีคำพูดหวานๆ ไม่มีสัมผัสอ่อนโยน แต่เต็มไปด้วยความต้องการดิบๆ ทั้งของตัวพี่เขาเองและตัวผมด้วยเช่นกันซึ่งพี่เขาเติมเต็มให้ผมแบบเต็มปากเต็มคำ
เวลาผ่านไปนาน ผมโตขึ้น มีชีวิตของตัวเอง แต่เรื่องนี้ยังฝังใจ ทุกครั้งที่นึกถึงผมรู้สึกอบอุ่นปนเศร้า บางทีก็ยิ้มคนเดียวคิดว่าถ้าเจอพี่เขาอีก ต่างคนคงจำกันไม่ได้ อายุเรามากขึ้นกันทั้งคู่เพื่อนเคยบอกว่าตอนนี้พี่เขามีตำแหน่งหน้าที่สูงมาก แต่ผมไม่เคยตามหา ไม่เคยเอ่ยถึง มันเป็นความทรงจำส่วนตัวที่ทำให้ผมเข้าใจตัวเองมากขึ้น เข้าใจว่าความต้องการทางเพศในวัยนั้น มันแรงกล้าแค่ไหน และกฎระเบียบที่เข้มงวดยิ่งทำให้มันน่าตื่นเต้นยิ่งขึ้นไปอีก